: หนองปลาปาก : ตำบลกวนวัน : ตำบลในเมือง : ตำบลค่ายบกหวาน : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลพระธาตุบังพวน : ตำบลปะโค : ตำบลโพนสว่าง : ตำบลโพธิ์ชัย : ตำบลเมืองหมี : ตำบลมีชัย : ตำบลเวียงคุก : ตำบลวัดธาตุ : ตำบลสีกาย : ตำบลหาดคำ : ตำบลหนองกอมเกาะ : ตำบลหินโงม : ตำบลกุดบง : ตำบลชุมช้าง : ตำบลจุมพล : ตำบลทุ่งหลวง : ตำบลเซิม : ตำบลนาหนัง : ตำบลบ้านโพธิ์ : ตำบลบ้านผือ : ตำบลวัดหลวง : ตำบลสร้างนางขาว : ตำบลเหล่าต่างคำ : ตำบลกองนาง : ตำบลท่าบ่อ : ตำบลโคกคอน : ตำบลน้ำโมง : ตำบลนาข่า : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลบ้านถ่อน : ตำบลโพนสา : ตำบลบ้านว่าน : ตำบลหนองนาง : ตำบลนาดี : ตำบลเฝ้าไร่ : ตำบลหนองหลวง : ตำบลวังหลวง : ตำบลอุดมพร : ตำบลบ้านต้อน : ตำบลนาทับไฮ : ตำบลพระบาทนาสิงห์ : ตำบลโพนแพง : ตำบลบ้านหม้อ : ตำบลรัตนวาปี : ตำบลพระพุทธบาท : ตำบลพานพร้าว : ตำบลแก้งไก่ : ตำบลบ้านม่วง : ตำบลนางิ้ว : ตำบลผาตั้ง : ตำบลสังคม : ตำบลโพนทอง : ตำบลด่านศรีสุข : ตำบลโพธิ์ตาก : ตำบลสระใคร : ตำบลบ้านฝาง : ตำบลคอกช้าง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

desktop.google.com กูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

desktop.google.com กูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
นั่งสนทนากับพรรคพวกคนหนึ่ง ซึ่งมีปัญหากับข้อมูลมากมายมหาศาลในคอมพิวเตอร์ของตัวเองโดยไม่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ปัญหานี้น่าจะเป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน

เพราะโดยปกติแล้ว การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการค้นหานั้น นอกจากเป็นเรื่องของนิสัยส่วนตัวของแต่ละคนแล้ว ยังจำเป็นต้องวางเค้าโครงหรือโครงสร้างของระบบข้อมูลเอาไว้พอสมควร เช่น การแยกหมวดหมู่ของข้อมูล เป็นต้น ยิ่งทำได้ละเอียดครอบคลุมมากเท่าไร การค้นหาก็ง่ายมากขึ้นเพียงนั้น

แต่โดยมากแล้วคนใช้คอมพิวเตอร์ก็ไม่ค่อยได้มีระบบระเบียบอะไรสักเท่าไร เมื่อทำงานก็เก็บเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ นานเข้าข้อมูลสะสมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก การค้นหาก็ยากมากขึ้นเป็นลำดับ

นั่นเป็นเหตุให้เกิดโปรแกรมสำหรับการค้นหาภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ที่ปัจจุบันเรียกกันว่า 'เดสก์ท็อป เสิร์ช' โดยมี 'กูเกิ้ล' เจ้าแห่งการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต เป็นผู้นำร่องเขย่าวงการ แล้วยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ขยับตัวตาม

กูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช เปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นทดสอบมาได้ระยะหนึ่ง แม้จะเป็นที่ฮือฮาอยู่มาก แต่ในส่วนของผู้ใช้ก็ยังไม่ประทับใจมากนักกับเวอร์ชั่นทดลอง เนื่องจากโปรแกรมยังมี 'บั๊ก' และ ข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย บางคนเอามาลองๆ ใช้ดูครั้งสองครั้งก็ถอดโปรแกรมออกไป เพราะไม่ประทับใจสักเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนี้ กูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช ก้าวพ้นจากระยะทดสอบขึ้นมาเป็นเบต้า เวอร์ชั่น เปิดให้คนดาวน์โหลดมาลองใช้กันได้ (desktop.google.com) โดยเวอร์ชั่นที่อัพเกรดขึ้นมาใหม่นี้แก้ไขข้อบกพร่องเก่าๆ ไปได้มากพอสมควร พร้อมกับการขยายขีดความสามารถในการค้นเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก เช่น การค้นเนื้อหาอีเมล จากเดิมที่ใช้ได้เฉพาะกับโปรแกรมเอาต์ลุคของไมโครซอฟท์ ก็ขยายไปสู่อีเมลโปรแกรมตัวอื่นๆ ด้วย

เดสก์ท็อป เสิร์ช จัดเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะวิธีในการค้นเป็นแบบที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วในการใช้เสิร์ช เอ็นจิ้น ค้นหาข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เวลาต้องการค้นหาไฟล์ เมื่อนึกอะไรไม่ออกก็ลองใช้คำค้นหรือคีย์เวิร์ด โปรแกรมจะคุ้ยละเอียดเข้าไปในไฟล์ต่างๆ แล้วดึงเอาไฟล์ที่มีคำค้นที่เกี่ยวข้องขึ้นมาให้เราเลือกเอาได้ มันค้นเข้าไปในไฟล์โปรแกรมต่างๆ รวมไปถึงแม้กระทั่งเวบที่เราเข้าเยี่ยมเยือน, ข้อความในโปรแกรมแชท ไฟล์พีดีเอฟ และไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ

ผมคิดว่าคนใช้คอมพิวเตอร์แทบทุกคนคงเคยเจอกับสถานการณ์ที่คิดไม่ออกว่าเก็บไฟล์เรื่องนั้นเรื่องนี้เอาไว้ที่ไหน ต้องเสียเวลาตะลุยในฮาร์ดดิสก์อยู่เป็นเวลานาน ซึ่งบางทีก็หาเท่าไหร่ไม่เจอ มีตัวช่วยอย่างเดสก์ท็อป เสิร์ช ทำให้งานเบาลงไปได้เยอะ ถึงแม้ว่ากูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสอร์ช ในตอนนี้อาจจะยังรู้จักประเภทของไฟล์ต่างๆ ไม่ครบทุกประเภทก็ตาม แต่ก็ครอบคลุมมากพอสมควร

เชื่อว่าในอนาคตขีดความสามารถของกูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช น่าจะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะกูเกิ้ลพัฒนาโปรแกรมในรูปแบบที่เปิดทางให้คนอื่นๆ สามารถพัฒนาความสามารถเสริมหรือ 'ปลั๊ก-อิน' มาใช้กับโปรแกรมได้ แนวทางนี้ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ตัวโปรแกรมหลักไม่ใหญ่โตเกินความจำเป็น ในขณะที่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกเฉพาะปลั๊ก-อิน ที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของตัวเองได้

ด้วยกูเกิ้ล เดสก์ท็อป เสิร์ช เราไม่จำเป็นต้องจัดระบบข้อมูลกันอีกต่อไป จัดเป็นโปรแกรมเสริม 'นิสัยเสีย' ของคนชนิดหนึ่ง

Podcast เพลงนอกกระแส จากพอดแคสต์ (สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

Podcast เพลงนอกกระแส จากพอดแคสต์ (สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

หากเป็นคนชอบเสพรสของดนตรีแปลกๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกระแส อินเทอร์เน็ตดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะมีให้เลือกหลากหลาย ช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจและไม่ใช่ช่องทางผิดกฎหมายด้วยก็คือ การตระเวนหาเอาตามเวบไซต์ หรือบล็อก ซึ่งคนทำเจาะจงทางด้านนี้โดยเฉพาะ

ตัวอย่างหนึ่งของบล็อกที่ป้อนเสียงเพลงจากฝีมือของพวกเขาเองก็คือ starforch.ch น่าเสียดายที่บล็อกเป็นภาษาเยอรมัน ก็เลยอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องใช้วิธีคลำๆ เข้าไป เมื่อเข้าไปในบล็อก จะเห็นแบนเนอร์ที่เขียนเอาไว้ว่า Podcast นั่นละครับคือเป้าหมายที่เราเข้าไปเลือกฟังเพลงนอกกระแส สามารถคลิกเลือกฟังเอาได้ หรือจะดาวน์โหลดมาเก็บไว้ฟังได้ โดยไม่ผิดกติกาใดๆ

ไม่ใช่ของผิดกฎหมาย เพราะศิลปินเต็มใจเอามานำเสนอให้เราฟังเอง

ความจริงแล้วเมื่อทำในรูปแบบที่เรียกว่า Podcast นั้น แม้ว่าเราจะสามารถฟังได้จากคอมพิวเตอร์โดยตรงเลยอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น ทว่า นั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของคนทำพ็อดแคสต์แต่อย่างใด พ็อดแคสต์นั้นทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนไฟล์เพลงเหล่านั้นให้ไปอยู่ในเครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 สารพัดยี่ห้อ ที่วางขายกันอยู่ ให้คนพกเอาไปฟังติดตัวได้

อาศัยโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์บางตัวในการถ่ายโอนไฟล์เสียงจากอินเทอร์เน็ตสู่คอมพิวเตอร์ และจากคอมพิวเตอร์สู่เครื่องเล่นเอ็มพี 3 โดยอัตโนมัติ เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเปิดโปรแกรมเอาไว้ โปรแกรมก็จะตรวจสอบข้อมูลการอัพเดตของพอดแคสต์ที่สมัครเอาไว้ ถ้ามีการอัพเดต ไฟล์ใหม่ๆ ก็จะดาวน์โหลดมาสู่เครื่องคอมพิวเตอร์

จากนั้นเมื่อเสียบเครื่องเล่นเอ็มพี 3 กับคอมพิวเตอร์ โปรแกรมก็จะถ่ายโอนไฟล์มาให้โดยไม่ต้องทำอะไร ในทางปฏิบัติ คนอาจจะเสียบทิ้งค้างเอาไว้ก่อนนอน ตื่นเช้ามาก็ดึงเอ็มพี 3 ติดตัวไปฟังระหว่างการเดินทาง หรือในช่วงว่างจากการทำงาน

จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการอัดรายการวิทยุที่ชื่นชอบเอาไว้ติดตัวไปฟังที่ไหนต่อที่ไหนนั่นเอง ปัจจุบันคนที่ทำพ็อดแคสต์มีนับล้านแห่งบนอินเทอร์เน็ต ก็ต้องเฟ้นกันหน่อยว่าอยากจะฟังอะไรประเภทไหน นอกจากเพลงนอกกระแสแล้ว ยังมีรายอีกอีกสารพัดแบบ ทั้งทอล์คโชว์ ข่าวสาร ไปจนถึงการถ่ายทอดเสียงบ้าๆ บอๆ

วิธีเลือกพ็อดแคสต์ก็ไม่มีอะไรยาก เพียงแค่เปิดโปรแกรมแล้วพิมพ์คล้ายๆ คำค้นเข้าไป โปรแกรมก็จะดึงเอาพ็อดแคสต์ที่มีคำค้นใกล้เคียงมาให้เลือก ส่วนใหญ่แล้วพวกนี้จะอัพเดตโดยมีกำหนดเวลาแน่นอน อาจจะทุกวันโดยระบุเวลา หรือเว้นระยะตามแต่คนทำอัพเดตแคสต์จะกำหนดเอาไว้

สำหรับรายการเพลงนั้น นอกจาก Starforch ที่ผมลองฟังแล้วติดใจเพราะมันเป็นของแปลกๆ ใหม่ๆ ที่หากันไม่ได้จากสื่อแทบทุกชนิดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หรือ แม้กระทั่งตามร้านขายเทป-ซีดี ใต้ดิน บนดิน หาไม่ได้หรอกครับ ต้องไปตะลุยเอาเองจากอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

อีกรายการหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนชอบฟังเพลงก็คือindiepodcasting.com ชื่อก็บอกกันโต้งๆ ว่าเป็นอินดี้ เจ้านี้แนวเพลงเป็น ร็อค ป๊อป และฮิพ-ฮอพ วิธีการฟังก็เหมือนกัน คลิกฟังได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง หรือจะใช้โปรแกรมพ็อดแคสเตอร์ดึงมาใส่เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ก็ได้

ส่วนโปรแกรมสำหรับดึงพ็อดแคสต์ ก็ลองดูจาก dopplerradio.net และ ipodder.sourceforge.net แต่ขอให้เลือก droppler เป็นทางเลือกแรกครับ

อัพเดต 'ไฟร์ฟอกซ์'(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

อัพเดต 'ไฟร์ฟอกซ์'(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมสำรวจตรวจตราคอมพิวเตอร์เครื่องที่ลูกสาวใช้อยู่ประจำ พบสปายแวร์ในเครื่องเฉียดๆ ร้อยตัว บางตัวฝังทั้งโปรแกรมเข้าไปแบบเห็นๆ บางตัวก็ซ่อนอยู่ ต้องใช้โปรแกรมจำพวกแอดอแวร์ หรือสปายบ็อต กำจัดออกไป น่าเบื่ออยู่เหมือนกันกับโปรแกรมสอดแนมพวกนี้ อย่างหนึ่งที่สร้างปัญหาก็คือ ทำให้เครื่องทำงานช้าลง อาจจะไม่มากจนสังเกตเห็นได้ชัด แต่ก็ชวนให้หงุดหงิดหัวใจอยู่เหมือนกัน

สาเหตุหนึ่งที่สปายแวร์ในเครื่องของลูกสาวผมมีมาก ก็เพราะเธอยังคงใช้บราวเซอร์ไออีของไมโครซอฟท์ เข้าเวบโน้นออกเวบนี้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะโน้มน้าวให้เลิกใช้เท่าไร ก็ไม่ยอมเลิก เมื่อเปรียบเทียบอีกเครื่องที่ผมใช้ประจำ ซึ่งใช้บราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ แทบจะไม่ใช้ไออีเลย นอกจากจำเป็นจริงๆ สำหรับติดต่อการงานกับบางเวบซึ่งคนเขียนเวบมือไม่ถึงพอที่จะเขียนเวบทำให้มันทำงานได้กับไฟร์ฟอกซ์โดยไม่มีปัญหา เครื่องผมแทบไม่มีสปายแวร์เลย ยกเว้นที่มากับโปรแกรมบางตัวซึ่งลูกเอามาลง

แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ยังคงใช้ไออีอยู่ คำตอบนั้นชัดเจนว่าส่วนหนึ่งไม่สนใจเรื่องสปายแวร์ ประกอบกับความเคยชิน ถึงแม้ว่าไฟร์ฟอกซ์จะสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับบราวเซอร์ค่อนข้างมาก ประสิทธิภาพสูงกว่า และมีลูกเล่นเสริมสำหรับการใช้งานค่อนข้างเยอะ คนส่วนใหญ่ก็ยังเมินไฟร์ฟอกซ์อยู่นั่นเอง

โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนมากยึดติดกับไออีแนบแน่นในสัดส่วนสูงมาก ขณะที่ในอเมริกา หลังจาก ไฟร์ฟอกซ์ เปิดตัวเวอร์ชั่น 1.0 และรณรงค์อย่างขนานใหญ่ สามารถดึงส่วนแบ่งตลาดของไออีลงมากอย่างต่อเนื่องจนต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยยึดครองเอาไว้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในยุโรปสัดส่วนของผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์สูงมากกว่าที่อื่นๆ ของโลก เช่น ในเยอรมนีนั้นสูงเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์

แนวโน้มการเติบโตของไฟร์ฟอกซ์ ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป แต่อัตราการเติบโตเริ่มช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ กระนั้นก็ตามยังคงเติบโตเป็นเลขสองหลักอยู่

ความสามารถในการป้องกันสปายแวร์ของไฟร์ฟอกซ์นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนหลายสิบล้านคนหันมาใช้ไฟร์ฟอกซ์ แต่ก็ใช่ว่ามันจะป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ที่ผ่านมาไฟร์ฟอกซ์ไม่ใช่บราวเซอร์เป้าหมายของวายร้ายอินเทอร์เน็ตในการเจาะช่องโหว่ต่างๆ แต่ก็เริ่มมีขึ้นบ้างในขอบเขตเล็กๆ และเชื่อกันว่าน่าจะเพิ่มมากขึ้น เพราะจำนวนผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์เพิ่มขึ้น

ล่าสุดนี้ไฟร์ฟอกซ์ออกเวอร์ชั่นใหม่มาให้ผู้ใช้อัพเดตเพื่ออุดช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยกันแล้ว มีอยู่ทั้งหมด 17 จุดด้วยกัน และจุดที่ล่อแหลมที่สุดนั้นเป็นจุดอ่อนที่เปิดโอกาสให้เครื่องพีซีที่ใช้ถูกแฮกเกอร์เข้ามาควบคุมได้ เพราะฉะนั้นใครที่ไฟร์ฟอกซ์ ก็ควรจะอัพเดตโปรแกรมให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

แต่อย่าเพิ่งตีความข่าวสารนี้ผิดว่าไฟร์ฟอกซ์คือบราวเซอร์ที่ไม่น่าใช้ เต็มไปด้วยจุดอ่อนมากมาย ที่จริงมันยังคงเป็นบราวเซอร์น่าใช้และปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งอยู่ ช่องโหว่ใหม่ๆ ของโปรแกรมนั้นถูกค้นพบอยู่เสมอๆ อาจจะถี่ยิบแบบที่เกิดกับไออีช่วงก่อนหน้านี้ หรือที่เพิ่งเกิดกับไฟร์ฟอกซ์ในครั้งนี้ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ขึ้นอยู่กับความฉับไวในการแก้ไขและป้องกันเป็นสำคัญ

Photoleap รับ-ส่งภาพด้วย 'โฟโต้ลีป'(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

Photoleap รับ-ส่งภาพด้วย 'โฟโต้ลีป'(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
เชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้อีเมลในการส่งรูปภาพให้กับพรรคพวกเพื่อนฝูง หรือใช้ส่งในการทำงาน แล้วเกิดปัญหาพอสมควรในการส่ง เพราะไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่ เวลาส่งก็กินเวลานาน ขณะที่ทางฝ่ายคนรับก็เช่นกัน เจอไฟล์ใหญ่ๆ เข้าบางทีก็เบื่อไปเลย แต่ทุกวันนี้คนนิยมส่งภาพให้กันเสียด้วย เพราะความแพร่หลายของกล้องดิจิทัลนั่นเอง

มีโปรแกรมสำหรับการส่งภาพให้กันแบบง่ายๆ อยู่โปรแกรมหนึ่งคือ Photoleap เท่าที่ลองใช้ดูแล้ว พบว่าง่าย ถ้าส่งอีเมลเป็นก็น่าจะใช้โปรแกรมนี้กันได้ทุกคน เพราะเหมือนกับการส่งอีเมลแนบไฟล์ไม่มีผิด แต่ประหยัดเวลาในการรับ-ส่งได้ค่อนข้างมาก

โปรแกรมจะแบ่งเป็นสามเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นใช้ฟรีให้คุณสามารถส่งรูปได้ครั้งละไม่เกิน 25 รูป ขนาดไม่เกิน 3.5 เมกะไบต์ต่อรูป และส่งให้ผู้รับได้ 25 คน ถ้าเสียเงินประมาณปีละ 1,200 บาท ขนาดรูปใหญ่ขึ้นได้ไม่เกิน 8 เมก ส่งได้ 250 รูปต่อคน และสูงสุด 16 เมก ถ้าพร้อมจะจ่ายปีละประมาณ 20,000 บาท

อย่างหลังนี่พวกมืออาชีพเขาเอาไว้ใช้กัน ระดับมือสมัครเล่น ใช้ของฟรีไปก่อนก็ได้ เพราะขนาด 3.5 เมกก็ถือว่าละเอียดเกินพอสำหรับเอามาเล่นกันทางอินเทอร์เน็ตแล้ว

เวลาเราส่งภาพไปก็ทำเหมือนการส่งอีเมล ใส่อีเมลผู้รับ หัวข้อ ข้อความ และแนบไฟล์ภาพไป ภาพจะไปพักยังเซิร์ฟเวอร์ของโฟโต้ลีป ผู้รับจะได้รับอีเมล ข้อความ และภาพย่อ หรือธัมบ์เนล ซึ่งจะมีขนาดไม่ใหญ่ ไม่กินเวลาในการดาวน์โหลด จากตัวอย่างภาพที่ได้รับค่อยเลือกเอาว่าจะเซฟรูปไหนเก็บเอาไว้

แทนที่จะต้องมาบรรจงคัดเพื่อส่งกันทีละรูปสองรูป เราสามารถส่งได้ทีละมากถึง 25 รูป ให้คนรับไปเลือกเอาตามใจ นับว่าเป็นวิธีส่งภาพที่มีประสิทธิภาพสูงมากเลยทีเดียว

แค่ไปดาวน์โหลดโปรแกรมจาก photoleap.com มาติดตั้งในเครื่อง ขนาดโปรแกรมค่อนข้างเล็ก ใช้เวลาประเดี๋ยวเดียวก็ใช้งานได้ ไม่ต้องห่วงด้วยว่าผู้รับจะไม่มีโปรแกรมติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง เพราะอีเมลที่ไปถึงผู้รับจะแจ้งให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งเอง และถึงแม้จะใช้อีเมล แอดเดรสในการรับ-ส่ง มันก็จะไม่ไปรบกวนอีเมลที่ใช้อยู่เดิมแต่อย่างใด เพราะโฟโต้ลีปจะแยกส่วนการทำงานเฉพาะของมันเอง

ข้อดีอีกอย่างของโฟโต้ลีป ก็คือ ไม่ถูกจำกัดโดยขนาดของไฟล์มากเท่ากับโปรแกรมอีเมลหรือบริการเวบเมลที่ใช้ๆ กัน ส่งให้คนรับได้คราวละมากๆ โดยไม่ถูกตีกลับ เพราะสันนิษฐานว่าเป็นจังค์เมล

ถือเป็นโปรแกรมน่าใช้อีกโปรแกรมหนึ่งสำหรับคนชอบเล่นกับภาพ ที่สำคัญคือ การใช้งานที่ง่ายมากๆ เมื่อไปเทียบกับโปรแกรมสำหรับแบ่งภาพให้คนอื่นๆ ดูที่เคยแนะนำมาก่อนหน้านี้อย่างเช่น เฮลโล ซึ่งสามารถส่งภาพให้กันดูแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสามารถแชตกันไปได้ในเวลาเดียวกัน แต่เฮลโลซึ่งมีคุณสมบัติมากกว่า ก็ทำให้การใช้งานซับซ้อนตามไปด้วย ไม่เหมือนโฟโต้ลีป ที่มุ่งให้ไว้ใช้รับ-ส่งภาพกันอย่างเดียว

อย่างที่บอกตอนต้น ขอให้ส่งอีเมลเป็นก็ใช้โปรแกรมนี้ได้แล้ว อยากได้ไปลองใช้ เข้าไปดูได้ที่ photoleap.com ดาวน์โหลด photoleap plus มาได้เลย เมื่อพ้นระยะทดลองใช้ 30 วัน จะกลายเป็นเวอร์ชั่นฟรีไปโดยปริยาย หากเราไม่จ่ายเงินเพื่ออัพเดต

เวอร์ชั่นฟรีก็ยังคงใช้งานไปได้ตลอดชีพครับ

Flickr.com(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

Flickr.com(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
สองสามฉบับก่อนแนะนำโปรแกรมสำหรับเล่นกับรูปถ่ายดิจิทัลไปแล้ว คือ โปรแกรม พิคาซ่า และเฮลโล ประกอบกับ บล็อกเกอร์ ซึ่งเป็นบริการพื้นที่บล็อกสำเร็จรูปที่รองรับโปรแกรมจัดการรูปดังกล่าวให้สามารถอัพโหลดภาพถ่ายขึ้นบล็อกไปแบ่งปันกันดู เที่ยวนี้เก็บเอาเวบไซต์สำหรับการจัดการรูปถ่ายดิจิทัลมาฝากอีกแห่ง คือ flickr.com

ที่จริงเวบไซต์สำหรับการรับฝากรูป และเก็บเป็นอัลบั้มบนอินเทอร์เน็ตนั้น มีมานานแล้ว เมืองไทยเราก็มีให้บริการกันอยู่ เป็นที่นิยมแพร่หลายอีกด้วย แต่ Flickr ซึ่งเป็นของอเมริกันเปิดให้บริการมาไม่นานนัก มีความแตกต่างอยู่บ้างพอสมควร

โดยพื้นฐานแล้วเหมือนกันก็คือ การให้พื้นที่สำหรับนำรูปขึ้นไปเก็บไว้ แบ่งปันให้คนอื่นๆ ดู จะให้ใครต่อใครเข้ามาดูได้ทั้งหมด หรือจำกัดเฉพาะกลุ่มก็ได้ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของเจ้าของอัลบั้ม ออนไลน์ ส่วนที่แตกต่างออกไปก็คือลูกเล่นประกอบ

อย่างแรกก็คือ นอกจากการใส่ชื่อรูป คำบรรยายรูปแล้ว ยังมี tag ให้ผู้ใช้ใส่ลงในรูป เป็นส่วนหนึ่งของหมวดหมู่และคำค้นสำหรับรูป ตรงนี้เป็นจุดเด่นสำคัญของ Flickr เลยทีเดียวเพราะช่วยให้สามารถค้นภาพในแนวเดียวกันจากเวบไซต์ขึ้นมาดูกันได้ ภาพที่คนอื่นๆ ถ่ายแล้วเอามาเก็บไว้ที่ Flicker รวมทั้งภาพของเราเอง

อันดับถัดมาที่เป็นจุดเด่นก็คือ Flickr เป็นอัลบั้มภาพออนไลน์ ที่มีลักษณะเป็นบล็อกด้วย เข้าไปยังอัลบั้มของคนใดคนหนึ่ง ก็จะคล้ายกับเข้าไปยังบล็อกหรือเวบล็อกนั่นเอง แต่นำเสนอภาพเป็นสำคัญ และสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเข้าไปได้เหมือนๆ กับบล็อก

ซึ่งอาจจะเป็นความคิดเห็นต่อภาพถ่ายนั้น เรื่องราวในภาพถ่าย หรือเรื่องราวสารพันที่จะหยิบมาสนทนากันผ่านบล็อก เป็นไปได้ที่จะสร้างสัมพันธ์ในหมู่คนที่สนใจเรื่องราวเดียวกันขึ้นมาได้โดยมีภาพถ่ายเป็นสื่อกลาง แบบเดียวกับที่ชาวบล็อกใช้ตัวหนังสือเป็นสื่อหลักนั่นเอง

ในขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้สามารถส่งภาพถ่ายเข้าสู่อัลบั้มหรือบล็อกโดยผ่านอีเมลได้ด้วย เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันที่คนนิยมใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ จากนั้นก็กดส่งอีเมลเข้าบล็อกได้โดยง่าย

นอกจากนั้นภาพที่อัพโหลดขึ้นไปยัง Flickr ยังมีข้อดีตรงที่แม้จะเป็นการให้พื้นที่ฟรี แต่ก็สามารถนำภาพไปใช้กับเวบไซต์หรือบล็อกอื่นๆ ได้ในรูปแบบของการเชื่อมลิงค์ภาพ ในขณะที่เวบไซต์เก็บภาพหรือพื้นที่ฟรีจำนวนมากของฝรั่ง ไม่อนุญาตตรงจุดนี้

นอกจากอนุญาตอย่างที่ว่าแล้ว ยังสนับสนุนด้วยการให้ผู้ใช้อัพโหลดภาพจาก Flickr เข้าสู่บล็อกอื่นๆ โดยอัตโนมัติได้หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บล็อกเกอร์.คอม, มูฟเอเบิ้ล ไทป์ ฯลฯ สะดวกสำหรับคนทำบล็อกที่ต้องการใช้ภาพประกอบเพื่อความสวยงาม

ระบบการจัดการภาพผ่านเวบไซต์ของเขาค่อนข้างดี คนที่ชอบถ่ายรูป โดยเฉพาะด้วยโทรศัพท์ทือถือ อาจจะชอบใจตรงที่สามารถส่งรูปที่ถ่ายเข้าไปเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวก ประหยัดพื้นที่ของโทรศัพท์มือถือ เดินทางไปไหนต่อไหนถ่ายรูปแล้วส่งขึ้นเวบทันที วงศคณาญาติเข้ามาติดตามดูได้เป็นระยะๆ

หลังจากนั้นยังสามารถจะเข้ามาจัดการกับรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ในภายหลังได้

หากมีเวลาลองเข้าไปดูตัวอย่างหน้าตาของ Flickr จากที่นี่ flickr.com/photos/kidtalentz หนึ่งรูปในนั้นเป็นรูปที่ส่งผ่านเข้าไปทางอีเมล อีกตัวอย่างหนึ่งที่ kidtalentz.blogspot.com เป็นการส่งภาพที่อัพโหลดไว้ใน Flickr เข้าไปยังบล็อกเกอร์โดยอัตโนมัติ

ตามข่าวทันใจด้วย Sage (สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

ตามข่าวทันใจด้วย Sage (สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

เคยพูดถึงอาร์เอสเอส ฟีด เอาไว้หลายครั้งแล้วเหมือนกัน เที่ยวนี้ขออนุญาตเขียนถึงอีกครั้ง แต่สั้นๆ เพราะเจียดเนื้อที่ไว้ให้ลงรูปด้วยเพื่อความเข้าใจ ในบ้านเราเวบไซต์ที่ป้อนอาร์เอสเอส ฟีด แทบจะหาไม่ได้ อาจจะเพราะยังไม่เป็นที่รู้จักและคนยังมองไม่เห็นประโยชน์ของมัน ความจริงอาร์เอสเอส ฟีด นั้น เวบไซต์ของผู้ผลิตสื่อทั้งหลายค่อนข้างจะได้ประโยชน์อยู่มาก หากเอามาใช้

ในการสร้างเวบนอกจากใช้ภาษาเอชทีเอ็มแอล หรืออะไรก็แล้วแต่ กำหนดการแสดงผลบนหน้าจอแบบที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมมองเห็น ตัวเวบเองก็อาจจะมีส่วนของภาษาเอ็กซ์เอ็มแอลอยู่ด้วยเป็นการป้อนเนื้อหาบางส่วนให้กับผู้บอกรับ ส่วนใหญ่แล้วเวบที่ป้อนอาร์เอสเอส ฟีดนั้น จะส่งออกไปยังผู้รับเมื่อมีการอัพเดต ก็คือ พาดหัว กับ สรุปย่อ หรือโปรยข่าวในภาษาของคนทำหนังสือพิมพ์

ถ้าดูจากรูป จะมองเห็นพาดหัวกับโปรยในช่องใหญ่ด้านขวามือ ซึ่งมีอยู่หลายข่าวด้วยกัน จากเซคชั่นเทคโนโลยีของนิวยอร์ก ไทม์ ส่วนทางด้านซ้ายคือแต่ละเซคชั่นของเวบไซต์ที่เลือกรับอาร์เอสเอสเข้ามา นอกจากนิวยอร์ก ไทม์ แล้ว ก็ยังมีจากที่อื่นๆ เช่น บีบีซี, ไวร์ด แมกาซีน ฯลฯ ในกรณีนี้ผู้รับเลือกรับแยกเซคชั่นเฉพาะที่ตัวเองสนใจเท่านั้น

ความสะดวกของคนที่ติดตามข่าวสารเฉพาะทางหรือเฉพาะหมวดที่ตัวเองสนใจ ซึ่งจะมีจากหลายแหล่งที่มา แทนที่จะเข้าไปในแต่ละเวบแล้วไล่อ่าน เมื่อหันมาใช้อาร์เอสเอส รีดเดอร์ ในตัวอย่าง เราจะตรวจดูเฉพาะพาดหัว และโปรย เมื่อพบกับเรื่องที่สนใจจึงคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดในส่วนนั้นโดยตรง

เหมือนกับเรารับหนังสือพิมพ์วันละสี่ห้าฉบับ ก็ไม่ต้องมาหยิบเปิดดูกันทีละฉบับ แต่เป็นการรับแบบคลิป นิวส์ นั่นเอง หากดูจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าหากเข้าเวบโดยตรง ก็ต้องเข้ากันเกือบสิบเวบ และมากกว่าสิบเซคชั่น อาร์เอสเอส รีดเดอร์ ช่วยย่นย่อเวลาให้ได้เยอะ

ในขณะเดียวกัน สำหรับเวบไซต์สื่อที่ป้อนเนื้อหาหรือป้อนข่าวให้กับผู้รับนั้น สิ่งที่ได้มาแน่ๆ ก็คือ ลดแบนด์วิชหรือความแออัดของเส้นทางจราจรของเวบโดยไม่จำเป็นลงไป ช่วยให้เวบมีความคล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มคนอ่าน ก็จะได้กลุ่มคนอ่านตรงเป้าหมายจริงๆ เป็นคนที่สนใจอยากอ่านรายละเอียดแล้วจึงคลิกเข้าไปอ่าน ตรงนี้กลับไปตอบโจทย์ของการซื้อพื้นที่โฆษณาบนเวบได้อีก

ปัจจุบันเวบไซต์หนังสือพิมพ์ใหญ่ในต่างประเทศหันมาให้บริการอาร์เอสเอส ฟีดกันเกือบหมดแล้ว รออยู่ว่าบ้านเราเมื่อไรจะมีคนให้บริการ

สำหรับอาร์เอสเอส รีดเดอร์ที่ยกตัวอย่างให้ดูในภาพนั้น คือ sage ซึ่งเป็นโปรแกรมเสริมหรือ extention สำหรับบราวเซอร์ Firefox เท่าที่สอบมาหลายโปรแกรม ตัวนี้ใช้ง่ายและสะดวกที่สุด ใครที่สนใจให้เข้าไปดูใน mozilla.org และ sage.mozdev.org ถ้าต้องการรายละเอียดการใช้งานอีเมลสอบถามโดยตรงได้ที่ kidtalentz@kidtalentz.com

ธุรกิจเพลงออนไลน์ แค่เริ่มคิดก็ผิดแล้ว(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

ธุรกิจเพลงออนไลน์ แค่เริ่มคิดก็ผิดแล้ว(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

มีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับแอปเปิล คอมพิวเตอร์ อยู่สองสามข่าว ข่าวแรกก็คือ แอปเปิลจะส่ง ไอพ็อด ชัฟเฟิล ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดรุ่นจิ๋วลงมาลุยตลาด รุ่นต่ำสุดความจุ 512 เมก ราคาประมาณ 4,000 บาท

หากเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ที่ขายกันในเมืองไทยเวลานี้ สินค้าตลาดบนก็ถือว่า ชัฟเฟิล ไอพ็อด น่าจะพอแข่งขันได้ อาศัยยี่ห้อเป็นตัวขาย เพราะไอพ็อด มินิ ซึ่งเป็นตัวราคาถูกแล้วของแอปเปิล ก็ยังเกินหมื่น หาคนเล่นกันยากพอสมควร

แต่แม้ตัวเครื่องเล่นราคาจะถูกลง ไอพ็อดที่วิ่งฉิวติดลมบนอย่างในอเมริกานั้น มีเวบไซต์ไอจูนส์ มิวสิค สโตร์ เป็นตัวช่วยที่สำคัญ เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำขึ้นมาตอบสนองนักฟังเพลงลูกค้าไอจูนส์ได้อย่างดีเยี่ยม

มีลูกเล่นหลายอย่างที่ใช้ร่วมกับเวบไซต์

บ้านเรา ไอจูนส์ ยังไม่เข้ามาเปิดตัว แม้ในต่างประเทศเองก็เลือกเปิดกันอยู่แค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น

มีข่าวว่าบริษัททำเพลงในบ้านเรากำลังเจรจากับไอจูนส์ หวังจะดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้สำหรับการขายเพลงออนไลน์ แต่เหตุผลที่พวกเขาบอกกับสื่อมวลชน เป็นเหตุผลที่ค่อนข้างตลก ตรงที่ว่าเลือกไอจูนส์ กฎเพราะฟอร์แมตหรือชนิดไฟล์เพลงของแอปเปิลนั้น ป้องกันการก๊อบปี้ได้

ด้วยความเชื่อว่าหากก๊อบปี้เพลงแจกจ่ายกันไม่ได้เสรีเหมือนไฟล์เอ็มพี3 แล้ว เพลงที่พวกเขาขายแบบออนไลน์ ก็จะขายได้ดี ไม่มีอะไรมาบั่นทอน

แค่เริ่มคิดก็ผิดแล้ว

คำถามง่ายๆ ก็คือ เพลงที่ขายกันอยู่บนไอจูนส์นับล้านๆ เพลงนั้น มีเพลงไหนที่ไม่ได้บันทึกอยู่ในสื่อรูปแบบอื่นๆ บ้าง

คำตอบคือไม่มี

แม้ว่าเพลงที่ขายในไอจูนส์จะเก็บเป็นไฟล์เอเอซี ก็ไม่ได้หมายความว่าเพลงเดียวกันจะไม่มีอยู่ในไฟล์แบบอื่นที่หาไม่ได้เลยก็หาไม่

แค่คนไปซื้อซีดีมาแผ่นหนึ่งแล้วก๊อบปี้หรือแปลงเป็นเอ็มพี3 ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรเลย

ที่ไอจูนส์ขายเพลงออนไลน์ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามนั้น แท้ที่จริงแล้วหัวใจไม่ได้มาจากการที่เพลงถูกป้องกันการก๊อบปี้ โดยเงื่อนไขที่ไอจูนส์กำหนด ลูกค้าสามารถนำเพลงที่ซื้อบันทึกลงแผ่นซีดีได้ไม่จำกัด ขณะเดียวกัน ยังอนุญาตให้ฟังเพลงที่ซื้อไปได้มากกว่าหนึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่เกิน 5 เครื่อง แต่เล่นบนไอพ็อดได้ไม่จำกัดอีกเช่นกัน

ความสำเร็จของไอจูนส์ จึงน่าจะมาจากการเปิดตลาดที่ตอบสนองคนฟังในยุคดิจิทัล เพราะเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้คนเลือกได้มากกว่าเดิม เช่นเลือกเฉพาะเพลงที่ชอบ เลือกได้มากกว่าและง่ายกว่าการเข้าไปเดินหาซื้อตามร้าน ชอบเพลงไหนซื้อเพลงนั้น ไม่ถูกบังคับให้ต้องซื้อกันทั้งอัลบั้มเหมือนการซื้อแผ่นซีดี

บางประเทศอย่างเช่นในอังกฤษ ยอดขายเพลงออนไลน์แซงหน้าแผ่นซิงเกิลไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนั้นเวบไซต์ไอจูนส์ยังมีบริการอื่นๆ อีกมากมายที่ทำกันในร้านขายเพลงธรรมดาไม่ได้ ทำได้เฉพาะบนเครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเท่านั้น เช่น ข่าวสารที่อัพเดตตลอดเวลาของศิลปินที่ชื่นชอบ เป็นต้น

แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะมันก๊อบปี้กันไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าทำแผ่นออกมาขายมันก็ก๊อบปี้กันได้อย่างง่ายดาย

และความจริงแล้วการจะแปลงไฟล์เพลงจากเอเอซีไปเป็นฟอร์แมตเอ็มพี 3 ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก หากอยากจะแปลงกันจริงๆ ใช้โปรแกรม Dbpower Amp โดยดาวน์โหลดปลั๊กอินสำหรับการถอดรหัสเข้าไปติดตั้งด้วย หรือไม่ก็ริปเพลงลงซีดีเป็นไฟล์เสียงธรรมดาแล้วแปลงเป็นเอ็มพี3 ได้เช่นกัน

ถ้ายังหลงคิดว่าขายเพลงออนไลน์ได้เพราะมันป้องกันการก๊อปปี้ได้ละก็ คงต้องบอกว่าคิดผิดถนัดเลยทีเดียว

JustBlogIt(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

JustBlogIt(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
สองสามวันก่อนผมนั่งเล่นบล็อก หรือเวบ ล็อก อยู่ โดยอาศัย Blogger.com ของกูเกิ้ลเป็นที่สิงสถิต เรื่องบล็อกนี่เคยเขียนถึงมาแล้วหลายครั้งว่าเป็นกระแสของโลกเลยทีเดียว แต่ที่พัดผ่านเข้ามาในเมืองไทยนั้น ไปติดอยู่แต่เฉพาะไดอารี่ ออนไลน์ ที่เด็กรุ่นใหม่เขานิยมกัน ลองเข้าไปดูเวบไซต์ให้บริการพื้นที่และบล็อกของไทย ที่เรียกตัวเองเป็นบล็อกจริงๆ ตอนนี้จะมีแค่ exteemblog.com จะลองเข้าไปดูหรือสมัครใช้บริการกันก็ได้

สำหรับการเข้าไปตะลุย Blogger.com ของผมนั้น มีเหตุผลสำคัญอยู่สองสามอย่าง อย่างแรก Blogger.com นั้น ถือเป็นเจ้าแห่งบล็อก ที่มีผู้นิยมใช้บริการสูงสุดเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ ดูเหมือนจะเป็นบล็อกที่สมัครเข้าใช้บริการแล้วใช้ข้อความภาษาไทยได้โดยไม่ต้องทำอะไร ขณะเดียวกันก็สามารถโพสต์ข้อความและรูปภาพโดยผ่านโปรแกรมบางตัวที่มีอยู่ได้

การโพสต์โดยผ่านโปรแกรมแบบอัตโนมัตินี่แหละที่เขามักจะเรียกกันว่า 'บล็อกอิต' โปรแกรมที่ใช้อยู่ก็คือ JustBlogIt (blog.warmbrain.com/justblogit/) ซึ่งเป็นเอ็กซ์เทนชั่นตัวหนึ่งของบราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ (mozilla.org)

พื้นฐานของบล็อกนั้น ในตอนเริ่มต้นมันเกิดจากคนที่ท่องเวบไปเจอเนื้อหาข้อความที่ตัวเองสนใจอยากให้คนอื่นๆ ได้อ่าน พร้อมทั้งเสริมความคิดเห็นของตัวเองเข้าไป อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนอื่นสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนั้นๆ เข้าไปด้วย การดึงเอาเนื้อหาจากเวบอื่นๆ มานั้น โดยปกติก็จะใช้วิธีการก๊อบปี้แล้วเพสต์ลงเวบส่วนตัว

แต่หากใช้โปรแกรมเสริมอย่าง JustBlogIt ขั้นตอนการก๊อบปี้และเพสต์ก็ตัดไป ผู้ใช้โปรแกรมแค่ไฮไลต์ แล้วคลิกขวาเพื่อ JustBlogIt เท่านั้น จากนั้นก็คลิก publish หัวเรื่องและข้อความอ้างอิงที่ไฮไลต์ ก็จะไปปรากฏบนบล็อกของเราทันที พร้อมกับลิงค์เพื่ออ่านรายละเอียดทั้งหมดจากเวบไซต์ต้นตอ

ลองดูตัวอย่างบล็อกที่ผมลองทำโดยใช้เวลาประมาณสิบกว่านาที แต่บล็อกนี้ไม่ได้ใส่ความคิดเห็นเพิ่มเติมอะไรลงไปนอกจากการดึงเอาเนื้อหาของคนอื่นมาใส่เท่านั้น thaitalk.blogspot.com

ในต่างประเทศช่วงที่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ บล็อกค่อนข้างจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ถ้าจับเอาเหตุการณ์ล่าสุดเห็นจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสึนามิ ซึ่งมีคนใส่เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในบล็อกเต็มไปหมด ส่วนเหตุการณ์ใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้ที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยม ก็อย่างเช่นเหตุการณ์ 9/11 กันยายน หรืออเมริกาบุกอิรัก เป็นต้น

ในประเทศซึ่งผู้ปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนซึ่งต้องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ใช้บล็อกเป็นหนทางสื่อสารความเป็นไปกับโลกภายนอก บางครั้งเราจะเห็นข่าวในบางประเทศที่รัฐบาลสกัดกั้นบล็อกของประชาชนของตัวเอง

วิธีการอัพเดตข้อมูลหรือเนื้อเข้าสู่บล็อกนั้น นอกจากรูปแบบปกติที่ใช้กันอย่างที่อธิบายแล้ว บล็อกบางแห่งสามารถรับการอัพเดตโดยการส่งผ่านทางอีเมลได้ นั่นหมายความว่าคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือหรือพีดีเอที่สามารถส่งอีเมลได้ ก็สามารถอัพเดตเนื้อหาจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งรวมไปถึงภาพถ่ายต่างๆ ด้วย บล็อกส่วนหนึ่งจึงนำเสนอภาพเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ จากสถานที่จริงเมื่อเจ้าของบล็อกไปพบเข้าในเวลานั้น

คุณสมบัติของบล็อกอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันสามารถส่งเนื้อหาบางส่วน อาจจะเป็นสรุปย่อ และหัวเรื่อง ไปยังผู้ใช้โปรแกรมอาร์เอสเอส ฟีด รีดเดอร์ ได้ทันทีที่มีการอัพเดต โดยที่ผู้ใช้โปรแกรมเหล่านี้จะเลือกสมัครกับบล็อกที่ตนเองต้องการติดตามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะมีหลายบล็อก เพียงแค่เปิดโปรแกรมก็รับรายงานล่าสุดของบล็อกนั้นๆ ได้ โดยไม่ต้องไปนั่งเข้ากันทีละเวบ

แล้วเลือกเข้าไปอ่านรายละเอียดเฉพาะเรื่องที่น่าสนใจ

เกมแก้อ้วน(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

เกมแก้อ้วน(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)
ในงานไทยแลนด์ แอนิเมชัน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คนค่อนข้างล้นหลามมาก แม้ไม่อาจเทียบเท่างานใหญ่อย่างงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ แต่ก็เหนือกว่างานประจำปีอื่นๆ ที่จัดขึ้นที่นั่น ยิ่งคิดว่านี่คืองานน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นไม่กี่ปีแล้ว ต้องถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ที่สำคัญคนที่ไปในงานนี้ส่วนใหญ่คือคนรุ่นใหม่ หรือวัยรุ่นที่เป็นอนาคตของชาติ ไม่ใช่กลุ่มคนแก่รอนับวันเข้าโลง สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของเด็กๆ รุ่นนี้ ว่ามุ่งไปทางไหน แม้เมื่อมองโดยรวมทั้งงานแล้วจะเห็นว่าอิทธิพลลายเส้นแบบญี่ปุ่นจะเป็นส่วนครอบงำ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เนื่องจากญี่ปุ่นมีรากฐานมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นผู้นำของโลกในด้านนี้ด้วย

ผลงานของคนไทยจำนวนมากในงานนี้ เท่าที่เดินดูต้องยอมรับว่าปัจจุบันในแง่เทคนิคและฝีมือ ไม่แพ้ใครหน้าไหนในโลกนี้ทั้งนั้น จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่เรื่องราว เนื้อหา หรือความคิดที่นำเสนอออกมามากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเขียนบท

มีแอนิเมชัน อยู่สองสามเรื่องที่น่าสนใจติดตาม อยู่ในระหว่างการสร้าง กำหนดเสร็จเมื่อไร ไม่ทราบเหมือนกัน เรื่องหนึ่งเป็นของบริษัท อิเมจิแมกซ์ บริษัทคนไทยมากฝีมือในด้านแอนิเมชัน และ คอมพิวเตอร์ กราฟฟิก

แค่ตัวอย่างบางส่วนก็ทำให้ทึ่งได้ว่าไม่แพ้การ์ตูนจากฮอลลีวู้ด เสียดายที่จำชื่อเรื่องมาบอกไว้ให้คอยติดตามไม่ได้ ในเวบไซต์ imagimax.com ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเอาไว้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ 'เวตาล' ดูเหมือนจะฉายให้ดูในงานด้วย คนทั่วๆ ไปก็น่าจะได้ดูกันในเวลาอีกไม่นานนัก

อีกบูทหนึ่งที่น่าสนใจเป็นบูทของสถาบันราชมงคล... ต้องขออภัยอย่างแรงที่จำไม่ได้ว่าราชมงคลไหน บูทนี้นำเอาผลงานเกมที่ใช้ความเคลื่อนไหวของร่างกายผู้เล่นเป็นส่วนสำคัญ ต้องคอยเคลื่อนไหวและยกแขนขยับไปมาเพื่อจะเล่น เนื้อหาและกราฟฟิกของเกมอาจจะดูธรรมดาเอามากๆ แต่เป็นการโชว์เทคโนโลยีฝีมือเด็กไทยให้เห็น ซึ่งก็มีคนสนใจกันมาก

ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันที่ลาส เวกัส ก็มีงานคอนซูมเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ บริษัทที่ผลิตสินค้าด้านนี้จากทั่วโลกไปจัดแสดงกัน ตามข่าวบอกว่ามีอยู่มุมหนึ่งที่เป็นกลุ่มบริษัทเล็กๆ นักบุกเบิก จัดแสดงเกมแนวใหม่ คือเกมเพื่อการออกกำลัง หรือเอ็กเซอร์เทนเมนต์

เป็นการออกแบบเกมให้เล่นเพื่อเป็นการออกกำลังไปด้วย แทนที่จะนั่งจ่อมอยู่หน้าจอแล้วกดคีย์บอร์ด หรือจอยสติ๊กเท่านั้น เกมของผู้ผลิตหน้าใหม่ห้าหกรายที่ทำออกมา ผู้เล่นจะต้องออกแรงออกกำลังของร่างกายหลายๆ ส่วน เรียกว่าเล่นเกมกันให้เหงื่อโชก

เป้าหมายสำคัญของกลุ่มผู้ผลิตเกมกลุ่มนี้ ก็เพื่อจะทำให้การออกกำลังกายมีความน่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล เพราะปัญหาของฝรั่งอย่างที่เรารู้กันก็คือ ผู้คนล้นหลามไปด้วยโรคอ้วน อ้วนเกินขนาด ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามกันมา และอาจจะยิ่งหนักขึ้นในอนาคต เพราะการติดหนึบอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง

นี่ทำให้นึกถึงกระดานเต้นรำ หรือแดนซ์ แดนซ์ แดนซ์ เรฟวอลูชั่น ของโคนามิ ที่เข้ามาฮิตในบ้านเราเมื่อสี่ห้าปีก่อน จัดเป็นเกมสำหรับการออกกำลังอย่างดี แต่ดูเหมือนจะเลิกฮิตไปนานแล้วในบ้านเรา เกมนี้ทั่วโลกขายไปได้ประมาณ 2 ล้านชุด ใช้เล่นกับเครื่องเล่นเกมเพลย์สเตชั่น เวอร์ชั่นหลังๆ สามารถออนไลน์แข่งกันใครก็ได้ในโลกนี้ ที่เล่นเหมือนๆ กัน

สี่ปีขายไปได้ 2 ล้านชุด นี่ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเกมยอดนิยมอื่นๆ

แนวคิดการผลิตเกมเพื่อการออกกำลัง จึงดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ถ้าจะพัฒนาเกมที่ใช้ความเคลื่อนไหวของร่างกายกันจริงๆ แนวทาง 'เกมแก้อ้วน' นี้ น่าจะไปได้ง่ายกว่าแนวทางอื่นๆ เพราะจริตของคนเล่นเกมก็ยังคงโอนเอียงไปในทางนั่งเล่นอยู่กับที่มากกว่า เว้นแต่การพัฒนาไปเป็นตู้เกมตามสถานที่ต่างๆ นั่นก็อีกเรื่อง

บ้านเราเองโรคอ้วนก็กำลังเริ่มจะเป็นปัญหาเหมือนกัน

ปฏิทินออนไลน์ ของดีจากโมซิลล่า mozilla.org(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

ปฏิทินออนไลน์ ของดีจากโมซิลล่า mozilla.org(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

ช่วงนี้เชื่อว่าหลายคนก็คงเหมือนผม มีงานหลายอย่างที่ต้องสะสางให้เสร็จ ถ้าเป็นคนไม่เคยจัดระเบียบให้ตัวเองมาก่อน อะไรต่ออะไรก็จะตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด ถ้าเป็นคนมีงานมาก หรือขี้ลืม จะยิ่งก่อปัญหามากขึ้น

วิธีของผมก็คือ จัดการเอางานทุกอย่างใส่ลงปฏิทิน

ยุคนี้มันยุคดิจิทัล ปฏิทินของเราก็น่าจะเป็นปฏิทินดิจิทัล เราสามารถจะหาโปรแกรมปฏิทินพวกนี้มาใช้ได้ไม่ยากนัก

หนึ่งในโปรแกรมปฏิทินที่น่าสนใจและเป็นตัวที่ผมเอามาใช้วางแผนงานช่วงนี้ก็คือ คาร์เลนเดอร์ โปรเจกต์ ของโมซิลล่านั่นเอง มันเป็นโปรแกรมเสริมที่ใช้ประกอบกับบราวเซอร์โมซิลลาร์ ใช้ได้ทั้งกับ โมซิลลาร์ สมาร์ท สวีท, ไฟร์ฟอกซ์ และโปรแกรมอีเมล ธันเดอร์เบิร์ด

โปรแกรมนี้ต้องใช้พ่วงกับทั้งสามโปรแกรมที่ว่ามา หามาได้จาก mozilla.org แต่ถ้าไม่ยินดีจะใช้ทั้งสามโปรแกรมที่ว่ามา ต้องการเฉพาะปฏิทินโดดๆ ก็มีเหมือนกันครับ เป็นปฏิทินตระกูลเดียวกัน ใช้ชื่อว่า ซันเบิร์ด ดาวน์โหลดใช้กันได้จากเวบไซต์เดียวกัน เพียงแต่ว่าโปรแกรมนี้ยังอยู่ในระยะต้นๆ ของการพัฒนา

ปฏิทินดิจิทัลก็เหมือนปฏิทินธรรมดาที่มันพอมีช่องว่างให้เราใส่รายการส่วนตัวของเราลงไปได้ บนปฏิทินกระดาษเราใช้เขียนลงไป ปฏิทินดิจิทัลเราก็พิมพ์ลงไปเท่านั้นเอง

แต่มีอะไรที่ทำได้มากกว่าเยอะแยะ เช่น ลงกำหนดส่งงาน นัดหมายงานต่างๆ แล้วสั่งให้มันเตือนเราได้เหมือนนาฬิกาปลุก เช่น เราลงโปรแกรมไว้ว่า วันที่ 10 มกราคม 2548 คือวันเกิดแฟน ให้เตือนล่วงหน้า 5 วัน

เตือนด้วยเสียงและวินโดว์ส ป๊อปอัพ เมื่อเปิดโปรแกรม หรือเตือนด้วยอีเมล

ถึงเวลาโปรแกรมก็ทำงานให้เรา แบบนี้ก็จะไม่พลาดงานสำคัญ

โปรแกรมปฏิทินนี้ เราสามารถดาวน์โหลดปฏิทินไทยมาใส่เอาไว้ จะทำให้ปฏิทินของเรามีวันสำคัญของไทยอยู่ในปฏิทิน เป็นคนชาติไหนก็หาปฏิทินชาตินั้นๆ มาลง หลังจากดาวน์โหลดมาแล้ว ก็แค่ใช้คำสั่งอิมพอร์ต ปฏิทินของเราก็จะมีวันต่างๆ ตามปฏิทินที่ดาวน์โหลดมาในการ์เลนดาร์ โปรเจกต์ มีปฏิทินของหลายประเทศให้เลือกมาใช้ได้

เรายังทำกับปฏิทินที่ว่านี้ได้มากกว่านั้น หากใช้อินเทอร์เน็ต ให้เข้าไปที่ icalshare.com เวบไซต์นี้มีปฏิทินสาธารณะอยู่เกือบสองพันแบบ อยากได้ปฏิทินกีฬา ก็เข้าไปในหมวดนั้น แล้วเลือกมาสักอัน จะทำให้ไม่พลาดรายการกีฬาที่ชื่นชอบ อยากได้ปฏิทินทางด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ มีให้เลือกเอามาใช้ได้

แม้แต่ปฏิทินจันทรคติภาษาจีน ปฏิทินติดตามความเคลื่อนไหวของดวงจันทร์ กำหนดสุริยคราส ก็ยังมีให้เลือกใช้

ปฏิทินดิจิทัลพวกนี้ถือเป็นปฏิทินสาธารณะสำหรับใช้ประโยชน์เฉพาะทาง มีคนทำแล้วเอาขึ้นไปไว้บนเวบไซต์ให้คนทั่วทั้งโลกร่วมใช้ ซึ่งในทางกลับกันเราก็สามารถทำปฏิทินตามความสนใจของเราขึ้นไปแบ่งปันกับคนอื่นๆ ได้ การทำปฏิทินก็ทำได้ง่ายๆ เปิดโปรแกรมปฏิทินแล้วก็ลงรายการต่างๆ ไปเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ เราอาจจะทำปฏิทินวันสำคัญของเนชั่นสุดสัปดาห์ หรือปฏิทินวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของจังหวัดบ้านเกิด ฯลฯ

แต่ขั้นตอนการเอาไปให้คนอื่นๆ ร่วมใช้ด้วย อาจจะยุ่งสักหน่อย

วิธีง่ายที่สุดก็คือ หลังจากทำปฏิทินส่วนตัวขึ้นมา เข้าไปดูใน icalexchange.com สมัครเป็นสมาชิกแล้วอัพโหลดปฏิทินขึ้นไปไว้บนนั้น จากนั้นก็เอาไปใส่ใน icanshare.com ปฏิทินที่เราทำก็จะกลายเป็นปฏิทินสาธารณะให้คนอื่นๆ ร่วมใช้เข้ามาดูทางอินเทอร์เน็ตได้

แต่ก่อนอื่น ลองใช้คาร์เลนดาร์ โปรเจกต์ จัดการงานส่วนตัวและวางแผนชีวิตตัวเองในปีต่อไปให้มันดูดีมีระเบียบขึ้นอีกนิดหน่อยก่อนก็ได้

Ad-Aware(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

Ad-Aware(สถานีดิจิทัล / อนาคิสต์)

เมื่อตอนปลายปีเขียนทิ้งท้ายเอาไว้เรื่องโปรแกรมป้องกันไวรัส AVG เวอร์ชั่นใหม่ ที่อยากให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเอามาติดตั้งใช้กัน เพราะคุณภาพจากที่เดิมก็ดีอยู่แล้ว ยิ่งดีขึ้นอีกมาก แถมยังฟรีอีกด้วย รวมทั้งแนะนำซ้ำถึงโปรแกรมสปายบอต สำหรับตรวจสอบและป้องกันบรรดาหนอนอินเทอร์เน็ต หรือ วอร์ม, โทรจัน ฮอร์ส รวมทั้งสปายแวร์ต่างๆ ซึ่งถ่วงการทำงานของเครื่องให้ช้าลง และยังล้วงข้อมูลส่วนตัวของเราไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่

ซึ่งวันดีคืนดีช่องทางเดียวกันอาจจะโดนแฮกเกอร์ใช้ล้วงเข้ามาทำอะไรต่อมิอะไรได้อีกมาก

เที่ยวนี้ขอแนะนำโปรแกรมสำหรับป้องกัน ตรวจสอบ และล้างบรรดาสปายแวร์ หนอนวายร้าย และโทรจัน ฮอร์ส อีกสักตัว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามของสปายบอต ทว่า กลับเหมาะที่จะใช้คู่กัน

โปรแกรมตัวนี้ชื่อว่า Ad-Aware ของบริษัท ลาวาซอฟต์ จากสวีเดน เวอร์ชั่นใหม่ ออกมาไม่นานนี้เอง ดาวน์โหลดมาใช้กันได้จาก lavasoft.com มีตัวฟรีสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน แต่ที่จริงเชื่อว่าคนที่ใช้สำหรับธุรกกิจก็คงเอามาใช้กับเขาแบบฟรีๆ เหมือนกัน แต่ของฟรีคุณสมบัติบางอย่างอาจขาดหายไป เช่น การเฝ้าระวังในระหว่างที่เปิดคอมพิวเตอร์

ซึ่งตรงจุดนี้ เราอาจจะใช้ทั้ง สปายบอต และแอดอแวร์ ควบคู่กันไป เพราะสปายบอตมีคุณสมบัติในการเฝ้าระวังติดมาด้วยในเวอร์ชั่นฟรี

หากเราตั้งโปรแกรมให้เฝ้าระวัง เมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ กับไฟล์ โปรแกรมจะเตือนและถามว่าเราจะอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทั้งยังจดจำการตัดสินใจครั้งนั้นเอาไว้ด้วย กรณีที่ไม่แน่ใจก็คลิกให้ไม่ต้องจำ เผื่อเอาไว้ตรวจสอบทีหลัง

ส่วนแอดอแวร์นั้น จากประสบการณ์ในการใช้ แอดอแวร์สามารถตรวจสอบสปายแวร์ได้ค่อนข้างละเอียดกว่าอยู่เหมือนกัน วิธีใช้ก็ค่อนข้างง่าย ไม่รู้อะไรก็คลิกสแกนให้เลือกแบบเต็มรูป สแกนเสร็จก็คลิก next ลูกเดียว ตัวโปรแกรมจะแบ็กอัพสปายแวร์ไฟล์ที่คิดว่าเป็นสปายแวร์เอาไว้ให้ด้วย เรียกว่าการเอาไปกักเอาไว้ หากเป็นไฟล์สำคัญ ก็สามารถดึงกลับมาให้เหมือนเดิมได้ง่ายๆ

บางคนหรือคนจำนวนมากมักจะละเลยเรื่องนี้ ทั้งที่สำคัญ อย่างน้อยที่สุดการทำงานของเครื่องก็ช้าลงได้ ช้าอย่างเห็นได้ชัดก็มี เช่น การลงโปรแกรมบางโปรแกรมซึ่งมีสปายแวร์ติดมาด้วย เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผมลองติดตั้งโปรแกรมมอร์เฟียส เป็นโปรแกรมสำหรับไฟล์ แชริ่ง ทั้งที่โปรแกรมก็ยืนยันว่าไม่มีสปายแวร์ แต่นั่นเป็นเพียงทางเทคนิคเท่านั้น เอาเข้าจริงๆ แล้วมีเข้ามา ทั้งยังเป็นโปรแกรมที่ถอดถอนการติดตั้งได้ยากเสียด้วย เพราะต้องเอาพวกสปายแวร์ออกไปก่อน รีบู๊ตเครื่องก่อนจึงจะถอนการติดตั้งได้สำเร็จ

หลังจากติดตั้งมอร์เฟียส และถอนการติดตั้งแล้ว ใช้แอดอแวร์ทดสอบ ยังคงพบสปายแวร์ซ่อนในเครื่องเป็นจำนวนร้อยกว่าไฟล์

นี่ขนาดโปรแกรมเดียวนะครับ ถ้าลงโปรแกรมโน่นนี่กันบ่อยๆ จะเยอะขนาดไหน และอันที่จริงในการใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ต่อให้ไม่ลงโปรแกรมอะไรใหม่ๆ เลย ถ้าคุณยังยินดีกับการใช้บราวเซอร์ไออีต่อไป ก็จะมีสปายแวร์มาจากการท่องเวบของคุณอยู่เรื่อยๆ เผลอๆ สแกนทุกวันก็อาจจะเจอกันได้ทุกวัน เพราะเวบไซต์จำนวนมากใช้มันเป็นเครื่องมือหากิน

ทั้งเพื่อการโฆษาประชาสัมพันธ์ และการล้วงข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต

แต่ถ้าไม่เดือดร้อนอะไรกับเรื่องพวกนี้ ก็ไม่ต้องไปสนใจได้เหมือนกัน เสี่ยงเอาเองว่าวันดีคืนดีจะโดนแจ๊คพอตอะไรหรือเปล่า