: หนองปลาปาก : ตำบลกวนวัน : ตำบลในเมือง : ตำบลค่ายบกหวาน : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลพระธาตุบังพวน : ตำบลปะโค : ตำบลโพนสว่าง : ตำบลโพธิ์ชัย : ตำบลเมืองหมี : ตำบลมีชัย : ตำบลเวียงคุก : ตำบลวัดธาตุ : ตำบลสีกาย : ตำบลหาดคำ : ตำบลหนองกอมเกาะ : ตำบลหินโงม : ตำบลกุดบง : ตำบลชุมช้าง : ตำบลจุมพล : ตำบลทุ่งหลวง : ตำบลเซิม : ตำบลนาหนัง : ตำบลบ้านโพธิ์ : ตำบลบ้านผือ : ตำบลวัดหลวง : ตำบลสร้างนางขาว : ตำบลเหล่าต่างคำ : ตำบลกองนาง : ตำบลท่าบ่อ : ตำบลโคกคอน : ตำบลน้ำโมง : ตำบลนาข่า : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลบ้านถ่อน : ตำบลโพนสา : ตำบลบ้านว่าน : ตำบลหนองนาง : ตำบลนาดี : ตำบลเฝ้าไร่ : ตำบลหนองหลวง : ตำบลวังหลวง : ตำบลอุดมพร : ตำบลบ้านต้อน : ตำบลนาทับไฮ : ตำบลพระบาทนาสิงห์ : ตำบลโพนแพง : ตำบลบ้านหม้อ : ตำบลรัตนวาปี : ตำบลพระพุทธบาท : ตำบลพานพร้าว : ตำบลแก้งไก่ : ตำบลบ้านม่วง : ตำบลนางิ้ว : ตำบลผาตั้ง : ตำบลสังคม : ตำบลโพนทอง : ตำบลด่านศรีสุข : ตำบลโพธิ์ตาก : ตำบลสระใคร : ตำบลบ้านฝาง : ตำบลคอกช้าง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชญากรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชญากรรม แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ตำรวจเมืองท่าบ่อ บุกรวบพ่อขี้เมาข่มขืนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง
ตำรวจเมืองท่าบ่อ บุกรวบพ่อขี้เมาข่มขืนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง สารภาพรับผิดทุกข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ประสงค์ กองปัญญา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.ท่าบ่อ เปิดเผยว่า พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี หลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ ได้รับการประสานจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าบ่อ ว่ามี น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียน ได้ถูก นายเอ ที่เป็นพ่อแท้ ๆ ข่มขืนกระทำชำเรา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสอบถาม น.ส.บี ต่อหน้าครู และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวกับเด็ก ทราบว่า น.ส.บี ได้อาศัยอยู่กับ นายเอ ซึ่งเป็นพ่อเพียงลำพังสองคน เนื่องจากมารดาได้หย่าร้างกันไปแล้ว
โดย นายเอ ได้ดื่มเหล้าจนเมา และได้ลงมือข่มขืนลูกของตนเองมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อครูที่ปรึกษาเห็นความผิดปกติของเด็ก จึงเข้าสอบถามและทราบความจริงจึงได้พามาพบตำรวจเพื่อแจ้งความ
โดยมี นางนา (นามสมมุติ) แม่ของ น.ส.บี มาร่วมในการแจ้งความร้องทุกข์ด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัว นายเอ และนำตัวมาสอบสวน โดยได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ตามรวบ 2 ผู้ต้องหาข่มขืน
หนองคาย - ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ตามรวบ 2 ผู้ต้องหาข่มขืน และชิงทรัพย์หญิงชาวลาวมัดทิ้งไว้ข้างถนน ก่อนดิ้นกระเสือกกระสนออกมาขอความช่วยเหลือ
สภ.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดิ์ดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ พ.ต.ท.จักรทิพย์ กูลพฤกษี รอง ผกก.สภ.ท่าบ่อ พ.ต.ท.ทันสมัย พรหมสิทธิ์ รอง ผกก.สภ.ท่าบ่อ พ.ต.ท.นพดล ผลพัฒนา สวป.สภ.ท่าบ่อ พ.ต.ต.สุริยะ เต่าทอง สว.สส.สภ.ท่าบ่อ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายสกล หรือท็อป ลวงงาน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227 หมู่ 9 ต.หนองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และนายศุรชัย หรือยาว โคตรชมพู อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 9 ต.หนองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 2 ผู้ต้องหา 3 คดี คือ พรากผู้เยาว์ ข่มขืน และชิงทรัพย์ พร้อมของกลางมีดปลายแหลม 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีพบ น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาวบ้านฮ่อม เมืองสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ถูกมัดมือมัดเท้าออกมาขอความช่วยเหลือริมถนนมิตรภาพท่าบ่อ-หนองสองห้อง บริเวณบ้านเดื่อหมู่ 9 อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกไปช่วยเหลือ
เมื่อไปถึง น.ส.น้อย อยู่ในอาการหวาดผวาซึ่งพลเมืองดีได้ช่วยแก้มัดมือเท้าออกให้ และใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนำส่งโรงพยาบาล และร่วมสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนทราบว่า หญิงชาวลาวดังกล่าวทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าบ่อ จึงได้ออกสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดจนทราบแน่ชัดว่า เป็นนายสกล และนายศุรชัย จึงได้ออกติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านของทั้ง 2 คน หลังเกิดเพียง 1 ชั่วโมง
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนสารภาพว่า พวกตนขี่ได้รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวที่ร้านอาหารที่หญิงชาวลาวทำงานอยู่ จากนั้นได้ชวนหญิงชาวลาวออกมาเที่ยวต่อข้างนอก เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุ นายศุรชัย หนึ่งในผู้ต้องหาได้ใช้มีดจี้ และได้ร่วมกันข่มขืนที่พุ่มไม้ข้างถนนจนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั้ง ก่อนจะนำผ้าเช็ดรถมาฉีกทำเป็นเชือกมัดมือ และมัดเท้าหญิงชาวลาวไว้เพื่อไม่ให้หนีพร้อมขู่หากไปบอกใครจะกลับมาฆ่าให้ตาย ก่อนจะพากันกลับบ้าน โดยได้นำโทรศัพท์มือถือ และกำไลข้อมือของเหยื่อไปด้วย จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหาหนักคือ พรากผู้เยาว์ ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และร่วมกันชิงทรัพย์ ส่วนหญิงชาวลาวได้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว
สำหรับ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมครั้งนี้ยังได้สารภาพว่า เคยร่วมกับเพื่อนก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ท่าบ่อ เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขยายผลเพื่อหาหลักฐานต่อไป
ลากคอโจ๋ 16 ปี อำมหิตฆ่า-ข่มขืน ม่ายสาวเมืองหนองคาย
ลากคอโจ๋ 16 ปี อำมหิตฆ่า-ข่มขืน ม่ายสาวหมู่บ้านเดียวกัน ในอ.รัตนวาปีหนองคาย อาศัยอยู่ตามลำพัง ตร.มีหลักฐานเด็ดเป็น DNA ให้การรับสารภาพ...
เหตุการณ์ตำรวจจับวัยรุ่นอายุเพียง 16 ปี ฆ่าข่มขืนม่ายสาวหมู่บ้านเดียวกัน โดยมีหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอมัดตัวดิ้นไม่หลุดครั้งนี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อพ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.รัตนวาปี นำกำลังร่วมกับ อส.รัตนวาปี ควบคุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี อยู่บ้านโนนดู่เหนือ ต.นาทับไฮ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่า น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของ น.ส.น้อย ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง
สืบเนื่องจาก เกิดเหตุการณ์ พ.ต.ท.จารึก พุ่มระย้า รอง ผกก.สส.สภ.รัตนวาปี รับแจ้ง น.ส.น้อย ถูกฆ่าข่มขืนบริเวณห้องโถงชั้นบนของบ้านจึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบศพ น.ส.น้อย นอนคว่ำหน้า สภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า กลางศีรษะถูกตีด้วยของแข็งจนแตก 2 แห่ง ลำคอถูกรัดด้วยริ้วผ้าม่านสีแดง อวัยวะเพศมีคราบอสุจิ และขนเพชร
จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งหลักฐานทั้งหมดไปตรวจหาดีเอ็นเอ ขณะเดียวกัน ได้สอบสวนชายวัยรุ่นต้องสงสัยในหมู่บ้านเดียวกัน 18 คน และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จนเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ผลการตรวจดีเอ็นเอจากหลักฐานตรงกับดีเอ็นเอของนายเอ จึงเข้าจับกุมตัว จากการสอบสวน นายเอ ให้การรับสารภาพว่า เป็นลงมือข่มขืนและฆ่า น.ส.น้อย โดยก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราที่บ้านตั้งแต่ 18.00-22.00 น. แล้วออกไปเดินเล่น เมื่อผ่านบ้านของผู้ตาย ซึ่งรู้ว่าอยู่ตามลำพัง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ
จากนั้นได้เดินไปที่บ้านผู้ตายพบผู้ตายนอนคว่ำหน้าหลับอยู่กลางบ้าน จึงใช้ท่อนไม้ตีเข้าที่ศีรษะ 2 ครั้ง ก่อนจะลงข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นเกิดความกลัวว่าผู้ตายจะตื่นขึ้นมาร้องโวยวาย ขึงใช้ผ้าขี้ริ้วที่วางอยู่มารัดคอจนเสียชีวิต แล้วเดินกลับบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่คิดจะหนีไปไหนเพราะคิดว่าตำรวจจะตามจับไม่ได้
ด้านน้องสะใภ้ของ น.ส.น้อย ให้การว่าอยู่บ้านใกล้กับผู้ตายที่เป็นแม่ม่ายเลิกกับสามีประมาณ 10 ปี มีลูก 1 คน แต่ญาตินำไปเลี้ยงต่างจังหวัดจึงอยู่บ้านคนเดียว หลังจากสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว จะได้นำศพไปฌาปนกิจต่อไป.
ตำรวจหนองคายคุมตัวผู้ต้องหาฆ่าโหดสองแม่ลูก
หนองคาย- ตำรวจหนองคายคุมตัวผู้ต้องหาฆ่าโหดสองแม่ลูกทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยคนรุมสาปแช่ง เจ้าหน้าที่คุมเข้มหวั่นถูกรุมประชาทัณฑ์ ผู้ต้องหาสารภาพลงมือข่มขืนแล้วฆ่าด้วยความมึนเมา
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 มิ.ย.2551 พลตำรวจตรีปราโมทย์ เอี่ยมทัศน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พร้อมกำลังตำรวจ อปพร. สถานีตำรวจภูธรโพนพิสัย จ.หนองคาย ได้ควบคุมตัว นายชุมพล ประทุมวัตร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 15 บ้านโพนเงิน ต.ชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในข้อหาฆ่าข่มขืน นางบุษบา สุขรมย์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านเดียวกัน และ ด.ญ.รัตนวดี ภาคสอง อายุ 3 ขวบ ลูกสาวของนางบุษบา ตายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการบีบคอจนตายแล้วโยนศพผู้ตายลงสระน้ำหลังบ้าน เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นายชุมพล ให้การรับสารภาพว่า ตนรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีเพราะเป็นเพื่อนสามีของผู้ตายด้วย ก่อนก่อเหตุตนได้ดื่มเหล้าจากงานบุญบั้งไฟตลอดทั้งวันจนเมา พอตอนค่ำตนขี่รถจักรยานจะไปรับภรรยาและลูกที่รับจ้างห่อแหนมที่ท้ายบ้าน
ขณะขี่รถจักรยานผ่านหน้าบ้านของผู้ตายเห็นไฟในบ้านเปิดอยู่ จึงจอดรถไว้หน้าบ้านมองผ่านกระจกหน้าต่างเข้าไปเห็น นางบุษบา นอนหลับอยู่ห้องโถงหน้าบ้าน จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วเดินอ้อมไปหลังบ้าน ใช้ก้อนหินทุบกระจกหน้าต่างจนแตก ใช้มือเปิดกลอนหน้าต่างเดินเข้าไปหา นางบุษบา และยืนอยู่ข้างๆ ทำให้ นางบุษบา ตกใจตื่นพร้อมร้องเอะอะโวยวาย
ตนจึงใช้มือบีบที่คอและชกท้องหลายครั้งจนนางบุษบา แน่นิ่งจากนั้นได้ลากนางบุษบา ไปห้องครัวหลังบ้าน ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ขณะที่กำลังจะข่มขืนรอบสอง ปรากฏว่า ด.ญ.รัตนวดี รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาร้องไห้หาแม่ และกำลังจะเดินออกด้านนอก ตนเห็นดังนั้นจึงเข้าไปหักคอ ด.ญ.รัตนวดี จนตายคาที่
ต่อจากนั้นตนได้เดินกลับมาหานางบุษบา อีกครั้ง แล้วลากศพ นางบุษบา ไปทิ้งในสระน้ำหลังบ้าน พร้อมถอดเอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จากนางบุษบาไปด้วย และกลับมาอุ้มศพ ด.ญ.รัตนวดี ไปทิ้งในสระน้ำเดียวกัน จนกระทั่งตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากนั้นตำรวจได้ให้ นายชุมพล ผู้ต้องหาขอขมาต่อหน้ารูปถ่ายของ นางบุษบา และ ด.ญ.รัตนวดี พร้อมพ่อ-แม่ของผู้ตายอีกด้วย เสร็จแล้วตำรวจต้องรีบคุมตัวนายชุมพลขึ้นรถออกไปจากพื้นที่ทันที เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านจำนวนมากที่มาห้อมล้อมดูเหตุการณ์จะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ และต่างพากันก่นด่า นายชุมพล ตลอดเวลา
การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ ตำรวจต้องเข้าเคลียร์พื้นที่นานกว่าครึ่งชั่วโมง และนำกำลังตำรวจ อปพร.กว่า 50 นาย
ตร.หนองคาย รวบผู้ต้องสงสัยฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 2 ขวบ
หนองคาย - ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหากระทำชำเราเด็กหญิงวัย 1 ขวบ 8 เดือน สอบปากคำเพิ่ม หลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าตัวยังปากแข็ง อ้างแค่เอานิ้วสวนทวารเด็กเพราะขับถ่ายไม่ออก แต่ที่หนีเพราะกลัวถูกจับตรวจปัสสาวะ จะรอผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันตัวเองบริสุทธิ์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (1 ต.ค.) พ.ต.อ.ปรีดา ดวงพุทธา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองหนองคาย ได้เบิกตัวนายนพรัตน์ รูปสวย อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาคดีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย กรณี ด.ญ.แอน (นามสมมติ) อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ถูกทารุณกรรมทางทวารหนัก เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหนองคาย เหตุเกิดวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา มาสอบปากคำเพิ่มเติม
หลังจากถูกจับกุมตัว นายนพรัตน์ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำชำเราหรือข่มขืนเด็กแต่อย่างใด แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำมาตลอดทั้งวันที่ผ่านมา และล่าสุดศาลจังหวัดหนองคายได้อนุมัติหมายจับในข้อหาดังกล่าวแล้ว
นายนพรัตน์ให้การว่า ได้คบหากับ น.ส.พัชรี พรมวาศ แม่ของเด็ก ประมาณ 1 เดือน โดย น.ส.พัชรีอ้างว่าเลิกกับสามีแล้ว จากนั้นได้มาเปิดรีสอร์ตแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองหนองคายอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 58
ต่อมาในวันที่ 29 ก.ย. 58 ช่วงกลางคืนได้เสพยาบ้ากับ น.ส.พัชรี และเพื่อนอีกคนหนึ่ง โดยวันนั้นเด็กไม่สบายและนอนหลับ หลังจากนั้น น.ส.พัชรีได้ออกไปซื้อของ เป็นจังหวะที่เด็กตื่นมาแล้วไม่เห็นแม่จึงร้องไห้
ตนเห็นว่าเด็กท้องแข็งเพราะขับถ่ายไม่ออก เพื่อนอีกคนจึงแนะนำให้สวนทวาร ตนจึงพาเด็กเข้าห้องน้ำแล้วใช้แชมพูทานิ้วชี้ข้างขวา สวนทวารให้เด็กเพื่อให้เด็กขับถ่ายได้ แล้วก็พาเด็กออกมา ไม่ได้ข่มขืนเด็กแต่อย่างใด
พอแม่เด็กกลับมาเห็นว่าอาการเด็กไม่ดีขึ้นจึงพาไปหาหมอซึ่งตนก็ไปด้วย ตนก็รู้สึกรักเด็กคนดังกล่าวเหมือนกับลูกของตัวเอง แต่ที่หลบหนีเพราะกลัวว่าตำรวจจะจับตรวจปัสสาวะ ยืนยันว่าจะรอผลตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ตัวเอง
รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า สำหรับ น.ส.พัชรี แม่ของเด็กนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ
โฆตกรโหด ฆ่าสาวหนองคาย หวังข่มขืน
สยองฆ่าสาวเบญจเพสหินทุบหน้าเลือดอาบดับคากองหิน ย่านซอยอุดมเดช จ.สมุทรปราการ สภาพท่อนล่างเปลือย พยานเห็น 2 โจ๋พูดคุยกับฝ่ายสาวก่อนที่เป็นศพ แฟนหนุ่มถึงปล่อยโฮเห็นศพแฟนสาว ระบุ ผู้ตายออกมาซื้อของตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนหายตัวไปทั้งๆ ที่ออกตามหาแต่ไม่พบ จนมาทราบข่าว ด้าน ตร.คาดคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จัก และอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ส่งทีมสืบเร่งล่าตัวมาดำเนินคดี
วันนี้ (22 ก.พ.) เมื่อเวลา 03.30 น.ร.ต.ท.บรรจง ชาญศรี ร้อยเวร สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงสาวแต่งกายคล้ายเด็กสก๊อยส์เกิร์ล ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตในสภาพท่อนล่างเปลือย ที่บริเวณลานดิน ภายในซอย 8 (อุดมเดช ) ม.3 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ณฐพล แสวงกิจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ รอง ผกก.(สส.) พ.ต.ต.เกริกฤทธิ์ สายวรรณะ สว.สป. พ.ต.ต.ศุภกร ธัญญกรรม สว.สส.กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ รุดตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุเป็นลานดินกว้างประมาณ 200 ตารางวา ซึ่งเป็นกองหินเกล็ดสำหรับก่อสร้าง ได้พบร่างของหญิงสาวไม่ทราบชื่อ อายุราว 20-25 ปี ผมยาวประบ่าผิวขาว หน้าตารูปร่างดี นอนตายหงายหน้า สภาพศพสวมเสื้อยึดแขนสั้นสีฟ้าอ่อน ที่ถูกถลกขึ้นมากองอยู่ใต้ราวนม กางเกงยีนส์ขาสั้นสีฟ้า และกางเกงในสีส้ม ถูกถลกลงมากองอยู่ที่หัวเข่าจนเห็นอวัยวะเพศ ที่ใบหน้าถูกทุบตีด้วยของแข็งจนเละเลือดอาบใบหน้าแดงฉาน และกระจายทั่วบริเวณ ใกล้กันพบก้อนหินน้ำหนักราว 1 กก.เปื้อนเลือดตกอยู่ คาดว่า เป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบ รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน กทค 287 สมุทรปราการ จอดห่างจากจุดพบศพราว 10 เมตร เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
สอบสวน นางทองคำ ชื่นอารมณ์ อายุ 54 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุราว 02.30 น.ขณะที่ตนกำลังเข็นรถออกมาหาเก็บของเก่าตามถังขยะขาย ผ่านมาถึงจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสถานที่มืดได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวดังมาจากหลังกองหิน ตนพยายามมองหาแต่มองไม่เห็น เพราะมืดมาก จึงได้รีบเข็นรถมาที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ให้มาช่วยดู เพราะเชื่อว่าน่าจะเกิดเหตุร้าย และย้อนกับมาดูพร้อมด้วยวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และได้พบหญิงสาวถูกฆาตกรรมเสียชีวิตเสียแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ได้มีพยานแวดล้อมให้การเพิ่มเติมว่า พบหญิงสาวดังกล่าวจอดรถ จยย.คุยกับวัยรุ่นชายขับขี่ฮอนด้าเวฟ จำนวน 2 คน อายุราว 18-20 ปี แต่ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
ต่อมา เมื่อเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ต.ศุภกร ธัญญกรรม สว.สส.ได้รับแจ้งจาก นายสัญญา กลิ่นฤทธิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/50 ม.3 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง อาชีพพนักงานบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง ย่านคลองเตย กทม.ว่า น.ส.พัชรา กุลแก้ว อายุ 25 ปี บ้านเดิมเลขที่ 18 ม.2 ต.นาข่า อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ภรรยาสาวของตน ได้ขับขี่ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กทค 287 สมุทรปราการ ของเพื่อนตนหายตัวออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำภาพศพหญิงสาวเสียชีวิตให้ตรวจสอบ เมื่อเห็นถึงกลับปล่อยโฮร้องลั่นยืนยันว่าเป็นภรรยาของตัวเอง
นายสัญญา ให้การว่า น.ส.พัชรา หรือภรรยาของตนนั้นมีอาชีพเป็นแม่บ้าน ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนอีก 2 คน ได้นั่งดื่มสุราและกินข้าวกันที่บ้านของตน แต่กับแกล้มและเครื่องดื่มเกิดหมด แฟนสาวของตนจึงได้ยืมรถ จยย.คันดังกล่าว ซึ่งเป็นของเพื่อนตนขับขี่ออกไปซื้อข้าวของ แต่หายไปนานก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ตนจึงได้เข้านอน จึงได้นอนรอแต่ภรรยาสาวก็ยังไม่กลับ จึงได้ตัดสินใจออกตามหา แต่ไม่พบจนกระทั่งในช่วงเช้า เห็นรายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์ ว่า พบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรม เมื่อสังเกตพบว่าเป็นภรรยาของตน จึงได้เดินทางเข้าติดต่อพบเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ส่วนตัวนั้นภรรยาเป็นคนไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร แต่ด้วยความเป็นคนหน้าตาดี มักจะถูกชาวหนุ่มละแวกบ้าน ที่เดินผ่านไปมาพูดแซวเหย้าแหย่เป็นประจำ
พ.ต.อ.ณฐพล แสวงกิจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ได้พบเห็นผู้ตายขับขี่ จยย.ผ่านมายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ทำการขับขี่รถจอดเรียกพูดคุย ก่อนทำการฉุดกระชากผู้ตายไปบริเวณจุดเกิดเหตุพยายามจะข่มขืน แต่ผู้ตายฮึดสู้ จึงได้ใช้ก้อนหินทุบหน้าเสียชีวิต พร้อมทั้งหลบหนีไป ส่วนกรณีที่ผู้ตายถูกข่มขืนหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยบริเวณอวัยวะเพศ แต่ทั้งนี้ จะต้องมีการรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติเวชเสียก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนที่ผู้ตายเคยรู้จักพูดคุยด้วย เพราะมีการจอดรถคุยกัน และเชื่อว่า จะอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ซึ่งจะได้เร่งสืบสวนจับกุมตัวต่อไป
ปริศนาฆ่าสาว18 วิทยาลัยชื่อดังเมืองหนองคาย ตร.เร่งล่า'ฆาตกรโหด'
คดีฆาตกรรมโหด นักศึกษา ปวช.ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยชื่อดังเมืองหนองคาย ยังคงเป็นปริศนาให้ชุดสืบสวน เร่งคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญ หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคายตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานร่องรอยของคนร้ายที่ก่อเหตุ !?!
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุคดีฆาตกรรมในห้องเช่าหมายเลข 107 ภายในหอพักยุวชิต ชุมชนบ่อหิน ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย พ.ต.อ.จารุพล ยี่ตัน รองผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก., พ.ต.ท.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รองผกก.สส., พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม สว.สส.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมชุดสืบสวน รีบรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น แบ่งซอยไว้เพื่อเป็นห้องแบ่งเช่าตั้งอยู่ในพื้นมีรั้วล้อมรอบ บริเวณชั้นล่างห้องหมายเลข 107 พบร่างผู้เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำอยู่หน้าห้องน้ำ สวมเสื้อสีขาวลายจุดแดงถูกถลกขึ้นไปจนถึงหัวไหล่ ส่วนท่อนล่างเปลือย พบกางเกงขาสั้นถูกถอดวางไว้ใกล้กัน สภาพร่างกายถูกทำร้ายอย่างรุนแรง กลางศีรษะถูกของแข็งไม่มีคมตีจนกะโหลกยุบ กรามซ้ายหัก ต้นคอถูกทุบตี ตามลำตัวฟกช้ำ แขนซ้ายหัก คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ส่วนบนฟูกที่นอนพบไม้หน้าสามยาวประมาณ 1.5 ฟุตเปื้อนเลือดตกอยู่ แต่ไม่สามารถเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายได้
พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า พอทราบว่าไม่พบลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายบนไม้หน้าสามที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุก็รู้สึกแปลกใจ และจากการที่ตรวจดูที่เกิดเหตุหลายครั้ง และจำลองเหตุการณ์คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ไม้หน้าสามกระแทกมุ้งลวดแล้วใช้นิ้วเกี่ยวกลอนประตูข้างในจนประตูเปิด แต่ระหว่างที่กระแทกชั้นวางของที่มีกล่องดินสอปากกาวางอยู่ตกลงพื้นทำให้น้องเชอรี่ตื่นขึ้นมาดู จังหวะนั้นคนร้ายเข้ามาในห้องใช้ไม้กระหน่ำตี ซึ่งเธออาจพยายามใช้มือป้องกันคนร้ายตีจนแขนซ้ายหัก แล้วกระหน่ำตีไม่ยั้งก่อนที่จะถอดกางเกง อีกทั้งคาดว่าเธอคงพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด คนร้ายอาจกลัวว่ามีใครได้ยินเสียงจึงหลบหนีไป แต่ด้วยร่างกายที่ถูกทำร้ายอย่างสาหัส ทำให้เธอทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตอยู่หน้าห้องน้ำ
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ตายเสียชีวิต ช่วงเวลา 03.00 น.ได้ยินเสียงคล้ายผู้หญิงร้อง แล้วได้ยินเสียงคล้ายการทะเลาะกันเหมือนทำร้ายร่างกายไม่นานก็เงียบลงไป อีกทั้งชุดสืบสวนได้ข้อมูลย้อนหลังว่าเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2554 ห้องที่เกิดเหตุเคยมีคนร้ายแอบเข้ามาโดยเข้าทางประตูด้านหลังแล้วใช้ไม้กระหน่ำตี น.ส.กิ่ง (นามสมมติ) เพื่อนร่วมห้องของน้องเชอรี่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณกกหู เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแผนประทุษกรรมของคนร้ายใกล้เคียงกัน
ชุดสืบสวนจึงเรียก น.ส.กิ่ง มาให้ปากคำอีกครั้งเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณของคนร้าย น.ส.กิ่ง อ้างว่า ในวันนั้นนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องกับเพื่อนสาวอีกคนโดยไม่ได้เปิดไฟภายในห้อง มีเพียงไฟที่ระเบียงด้านนอกเท่านั้น คนร้ายเข้ามาทางประตูด้านหลังห้อง แล้วขึ้นมาคร่อมบนตัว ใช้ผ้าห่มคลุมหน้าแล้วใช้มือปิดปาก จึงพยายามต่อสู้ขัดขืนแต่คนร้ายสามารถถอดกางเกงได้ ก็ยังต่อสู้ขัดขืนจนคนร้ายหลบหนีไป
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนให้มูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ชุดสืบสวนของ บช.ภ.4, ชุดสืบสวนของจังหวัดหนองคาย และชุดสืบสวนของ สภ.เมืองหนองคาย กำลังเร่งหาพยานหลักฐานและพยานแวดล้อมเพื่อมัดตัวคนร้ายคนนี้ ซึ่งการสืบสวนสอบสวนตอนนี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 9 เดือนก่อนพยานแวดล้อมค่อนข้างชัดเจนว่าอาจเป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียวกัน ซึ่งเคยอยู่ในหอพักดังกล่าวเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ และคดีฆาตกรรมน้องเชอรี่ ผู้ต้องสงสัยคนนี้อาจมีส่วนรู้เห็นเพราะพฤติกรรมในการก่อเหตุคล้ายคลึงกัน
"ตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน ในเบื้องต้นทราบข้อมูลว่าหลังเกิดเหตุคดีฆาตกรรมน้องเชอรี่ ผู้ต้องสงสัยคนนี้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุ




