: หนองปลาปาก : ตำบลกวนวัน : ตำบลในเมือง : ตำบลค่ายบกหวาน : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลพระธาตุบังพวน : ตำบลปะโค : ตำบลโพนสว่าง : ตำบลโพธิ์ชัย : ตำบลเมืองหมี : ตำบลมีชัย : ตำบลเวียงคุก : ตำบลวัดธาตุ : ตำบลสีกาย : ตำบลหาดคำ : ตำบลหนองกอมเกาะ : ตำบลหินโงม : ตำบลกุดบง : ตำบลชุมช้าง : ตำบลจุมพล : ตำบลทุ่งหลวง : ตำบลเซิม : ตำบลนาหนัง : ตำบลบ้านโพธิ์ : ตำบลบ้านผือ : ตำบลวัดหลวง : ตำบลสร้างนางขาว : ตำบลเหล่าต่างคำ : ตำบลกองนาง : ตำบลท่าบ่อ : ตำบลโคกคอน : ตำบลน้ำโมง : ตำบลนาข่า : ตำบลบ้านเดื่อ : ตำบลบ้านถ่อน : ตำบลโพนสา : ตำบลบ้านว่าน : ตำบลหนองนาง : ตำบลนาดี : ตำบลเฝ้าไร่ : ตำบลหนองหลวง : ตำบลวังหลวง : ตำบลอุดมพร : ตำบลบ้านต้อน : ตำบลนาทับไฮ : ตำบลพระบาทนาสิงห์ : ตำบลโพนแพง : ตำบลบ้านหม้อ : ตำบลรัตนวาปี : ตำบลพระพุทธบาท : ตำบลพานพร้าว : ตำบลแก้งไก่ : ตำบลบ้านม่วง : ตำบลนางิ้ว : ตำบลผาตั้ง : ตำบลสังคม : ตำบลโพนทอง : ตำบลด่านศรีสุข : ตำบลโพธิ์ตาก : ตำบลสระใคร : ตำบลบ้านฝาง : ตำบลคอกช้าง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวเมืองหนองคาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวเมืองหนองคาย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปั่นเลียบโขง ชมขุนเขา สัมผัสไอหนาว พิชิตยอดผาตากเสื้อ Tour De Sangkhom 2016


Tour De Sangkhom 2016
ปั่นเลียบโขง ชมขุนเขา สัมผัสไอหนาว พิชิตยอดผาตากเสื้อ Sky Walk
การแข่งขันจักรยานเสือหมอบ เสือภูเขา ทางเรียบ ใจเกินร้อย ครั้งที่ 3
สมทบสร้าง ตึกอนาลโยเมตตา (หลวงพ่อจันมี) โรงพยาบาลสังคม อ.สังคม จ.หนองคาย

วัตถุประสงค์ของการแข่งขัน
1.เพื่อหารายได้สบทบทุนสร้างตึกผู้ป่วย อนาลโยเมตตา(หลวงพ่อจันมี) รพ.สังคม
2.เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ อ.สังคม และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ Sky walk ผาตากเสื้อ **10 ที่เที่ยวในฝันของเมืองไทย! Thailand Dream Destination กาลครั้งหนึ่ง...ต้องไป
3.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน

ในวันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม 2559 @สังคม จ.หนองคาย


รับสมัครทาง event.thaimtb.com --> http://event.thaimtb.com/event.php?e=70
*** เพิ่มช่องทาง รับสมัคร อีก 1 ช่องทาง LINE GROUP Tour de Sangkhom 2016

กติกาและเงื่อนไขการแข่งขันจักรยานทางเรียบ
ประเภทเสือหมอบ
(1) การแข่งขันใช้กฎกติกาการแข่งขันจักรยานของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ ( UCI ) และของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
(2) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้จักรยาน 2 ล้อประเภทเสือหมอบ (Road Bike) เท่านั้น ห้ามติดตั้งแอโร่บาร์ทุกชนิด
(3) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสวมหมวกกันกระแทกศีรษะตลอดการแข่งขัน
(4) รถเซอร์วิสของแต่ละทีม (ถ้ามี) ให้วิ่งหลังขบวนนักแข่งเท่านั้น
(5) ความเสียหายใดๆ อันเกิดขึ้นแก่รถจักรยานหรือผู้เข้าแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้จัดการแข่งขันได้
(6) ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับและต้องติดป้ายเบอร์สำหรับแข่งขัน ที่รถและเสื้อทุกคน
(7) ระหว่างเส้นทางการแข่งขันจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล พร้อมเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร
(8) หลักฐานในการรับรางวัล ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัลทุกรุ่น ต้องแสดงหลักฐานที่ทางราชการออกให้ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิสูจน์อายุตามปี พ.ศ. เกิด
(9) รุ่นอายุใช้ตามเกณฑ์ ปี พ.ศ. 2559 ลบด้วย ปี พ.ศ. ที่เกิด
(10) ผู้เข้าแข่งขันที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
(11) การประท้วงผลการตัดสินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อคณะกรรมการจัดแข่งขันฯ ภายใน 30 นาทีหลังประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ และต้องวางเงินประกัน 2,000 บาท (หากการประท้วงเป็นผลจะคืนเงินประกันให้)
(12) การตัดสินของคณะกรรมการกลางถือเป็นที่สิ้นสุด
(13) เนื่องจากในการแข่งขันครั้งนี้ทางคณะกรรมการจัดงานฯได้ใช้ทางสาธารณะและทางหลวงจังหวัด ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ประเภทเสือภูเขา
(1) การแข่งขันใช้กฎกติกาการแข่งขันจักรยานของคณะกรรมการการแข่งขันเท่านั้น
(2) รถเซอร์วิสของแต่ละทีม (ถ้ามี) ให้วิ่งหลังขบวนนักแข่งเท่านั้น
(3) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้จักรยาน 2 ล้อ ตัวถังต้องเป็นของเสือภูเขาเท่านั้น
(4) แฮนด์ต้องเป็นของเสือภูเขาเท่านั้น
(5) วงล้อไม่จำกัด
(6) สามารถใช้ยางเสือภูเขาทุกชนิด ขนาดของยางหน้ายางไม่ต่ำกว่า 1.9 นิ้ว
(7) จานขับเคลื่อนหน้าต้องเป็นของเสือภูเขาเท่านั้น (สูงสุดไม่เกิน 48 ฟัน) ส่วนเฟืองขับเคลื่อนหลังไม่จำกัด
(8) ห้ามติดตั้งแอโร่บาร์ทุกชนิด
(9) ใช้โช๊คหน้า หรือตะเกียบก็ได้
(10) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสวมหมวกกันกะแทกศีรษะตลอดการแข่งขัน
(11) ความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่รถจักรยานหรือผู้เข้าแข่งขันๆและผู้เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้จัดการแข่งขันได้
(12) ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับและติดป้ายเบอร์สำหรับแข่งขันที่รถและเสื้อทุกคน
(13) ระหว่งเส้นทางการแข่งขันจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล พร้อมเจ้าหน้าที่สื่อสาร
(14) หลักฐานในการรับรางวัล ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัลทุกรุ่น ต้องแสดงหลักฐานที่ทางราชการออกให้ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิสูจน์อายุตามปี พ.ศ. เกิด
(15) รุ่นอายุใช้ตามเกณฑ์ปี พ.ศ.2559 ลบด้วยปีพ.ศ.เกิด
(16) ผู้เข้าแข่งขันที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
(17) การประท้วงผลการตัดสินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อคณะกรรมการจัดแข่งขันฯ ภายใน 30 นาที หลังประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ และต้องวางเงินประกัน 2,000บาท (หากการประท้วงไม่เป็นผลจะไม่คืนเงินประกันให้)
(18) การตัดสินของคณะกรรมการฯถือเป็นที่สิ้นสุด
(19) เนื่องจากในการแข่งขันครั้งนี้ทางคณะกรรมการจัดงานฯได้ใช้ทางสาธารณะและทางหลวงจังหวัด ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ท่องเที่ยวสกายวอล์ก จุดชมวิววัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ จ.หนองคาย เริ่มคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะที่วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวลาวเดินทางมาเที่ยวชมสกายวอล์กพื้นกระจกใส ชมทัศนียภาพ 2 ฝั่งโขงไทย-ลาว สัมผัสเย็นสบายของต้นฤดูหนาว และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันตั้งแต่เช้า โดยทางวัดได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวลงทะเบียนก่อนเข้าชม และจัดระเบียบให้เข้าชมครั้งละไม่เกิน 20 คน ทุกคนต้องถอดรองเท้า ใส่รองเท้าพื้นฟองน้ำที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นกระจกเกิดรอยขีดข่วน และขอให้นักท่องเที่ยวที่ใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้น ได้สวมชุดที่จัดเตรียมไว้ให้ทับอีกชั้นหนึ่งด้วย ซึ่งช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวที่สกายวอล์กเพิ่มมากขึ้น หลังจากช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ขณะนี้ในวันธรรมดาประมาณ 1 พันคน และในวันหยุดจะไม่ต่ำกว่า 5 พันคน และเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับการก่อสร้างสกายวอล์ก จุดชมวิวที่กำลังก่อสร้างนี้ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน กิจกรรมพัฒนาพื้นที่ผาตากเสื้อให้เป็นแหล่งเป้าหมาย (Dream Destination) เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่าง จ.หนองคาย-เลย-บึงกาฬ ใช้งบประมาณกลุ่มพัฒนาจังหวัด 17 ล้านบาท มีงานก่อสร้างประกอบด้วย 4 ส่วน คือ งานก่อสร้างจุดชมวิว (SKY WALK), งานก่อสร้างราวกันตกริมหน้าผา, งานก่อสร้างป้ายชื่อผาตากเสื้อขนาด 21.75 x 40 ม. และงานก่อสร้างป้ายชื่อผาตากเสื้อจำลอง ขนาด 2.50 x 4.00 ม. เริ่มดำเนินการออกแบบตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา รับผิดชอบโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคาย

รูปแบบเป็นลักษณะเกือกม้า ระยะทางเดินทั้งหมด 16 เมตร ส่วนทางเดินพื้นกระจกใส 15 เมตร ยื่นจากหน้าผาออกมา 6 เมตร โดยใช้วัสดุแข็งแรงทนทาน เหล็กกันสนิม กระจกใสเทมเปอร์ลามิเนต หนา 4 เซนติเมตร รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 2,500 กิโลกรัม หรือประมาณ 20 คน ซึ่งถือเป็นสกายวอล์กกระจกใสแห่งแรกของประเทศไทย โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2559 มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมแล้วกว่า 1 แสนคน

ข่าวและภาพโดย มติชนออนไลน์

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ชมสกายวอล์คพื้นกระจกใส วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย


บรรยากาศการท่องเที่ยวที่วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมสกายวอล์คพื้นกระจกใส และชมทัศนียภาพ พร้อมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันตั้งแต่เช้า โดยทางวัดได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวลงทะเบียนก่อนเข้าชม และจัดระเบียบให้เข้าชมครั้งละไม่เกิน 20 คน ทุกคนต้องถอดรองเท้า ใส่รองเท้าพื้นฟองน้ำที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นกระจกเกิดรอยขีดข่วน และเปิดให้ชมได้คนละไม่เกิน 3-5 นาที รวมถึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ตัวเปียกจากการเล่นน้ำไม่อนุญาตให้เข้าชม นักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งตั้งแต่เปิดสกายวอล์คให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

ประวัติหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง จังหวัดหนองคาย


หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย หนองคาย
หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุกขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองหนองคาย จ.หนองคาย เป็นพระพุทธรูปที่ชาวหนองคายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากและเป็นที่เคารพสักการะยิ่ง

เดิมทีหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์เป็นจอมทัพยกพลมาปราบจึงได้อัญเชิญ พระเสริม พระสุก และ พระใส ลงมาด้วย

เมื่อล่องมาถึงเวินแท่นได้เกิดอัศจรรย์ คือ แท่นของพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุแรงจัดพัดแพจนเอียงชะเนาะที่ขันพระแท่นติดกับแพไม่สามารถที่จะทนน้ำหนักของพระแท่นไว้ได้ บริเวณนั้นจึงชื่อว่า เวินแท่น แต่นั้นเป็นต้นมา

ครั้นล่องแพต่อมาจนถึงแม่น้ำโขง ตรงปากงึม เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้บังเกิดฝนฟ้าคะนอง พระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ ท้องฟ้าที่วิปริตต่างๆ จึงหายไป บริเวณนั้นจึงได้ชื่อ เวินสุก ด้วยเหตุข้างต้น การอัญเชิญครั้งนี้จึงเหลือแต่พระเสริม และพระใสมาถึงหนองคาย สำหรับพระเสริมนั้นได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใสได้ อัญเชิญไปไว้ยัง วัดหอก่อง หรือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ ณ ปัจจุบัน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริมจากวัดโพธิ์ชัยลงไปยังกรุงเทพฯ ขุนวรธานีจะอัญเชิญพระใสไปพร้อมกับพระเสริมด้วย แต่เกิดปาฏิหารย์ โดยพราหมณ์ผู้อัญเชิญนั้นไม่สามารถขับเกวียนนำพระใสไปได้ แม้จะใช้กำลังคนหรืออ้อนวอนอย่างไรก็ตาม จนในที่สุดเกวียนได้หักลง เมื่อหาเกวียนใหม่มาแทนก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้อีก จึงปรึกษาตกลงกันว่าให้อัญเชิญพระใสมาไว้ที่วัดโพธิ์ชัยเมื่ออธิษฐานดังกล่าวพอเข้าหามเพียงไม่กี่คนก็อัญเชิญพระใสมาได้

หลวงพ่อพระใส เมื่อมาประดิษฐานอยู่ ณ วัดโพธิ์ชัยแล้ว ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และอัศจรรย์หลายประการจึงเป็นที่ศรัทธาเคารพนับถือและสักการะบูชาของประชาชน ให้ความสงบร่มเย็นเป็นเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ และด้วยอานุภาพศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เลื่องลือเล่าต่อกันมาแต่ครั้งอดีตทำให้หลวงพ่อพระใสได้รับสมญาว่า หลวงพ่อเกวียนหัก ตราบเท่าทุกวันนี้

ทริปท่องเที่ยวหนองคาย - เวียงจันทน์ 2 คืน 2 วัน (พักหนองคาย)


เวียงจันทน์ พระธาตุหลวง ประตูชัย หอพระแก้ว วัดศรีเมือง ตลาดเช้า หนองคาย วัดโพธิ์ชัย ศาลาแก้วกู่ ตลาดท่าเสด็จ

กำหนดการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพฯ – หนองคาย
20.00 น.    พร้อมกันที่จุดพบ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ จ. หนองคาย บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่ม

วันที่สอง    หนองคาย – เวียงจันทน์
06.00 น.    เดินทางถึง จ. หนองคาย ทำธุระส่วนตัว บริการอาหารเช้า จากนั้นเดินทางสู่ เวียงจันทน์
09.30 น.    นำท่านนมัสการ พระธาตุหลวง
10.00 น.    แวะชม อนุสาวรีย์ประตูชัย ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบลาว-ฝรั่งเศส
10.30 น.    เข้าชม พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว
11.00 น.    นำท่านนมัสการเจ้าแม่ศรีเมืองที่ วัดศรีเมือง
12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารแม่ของ หรือ อาหารบุฟเฟ่ต์ ที่ โรงแรมเอเชียนพาวิลเลียน
13.30 น.    ชมตัวเมือง นครเวียงจันทน์  และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดเช้า หรือที่ ตลาดจีน
15.30 น.    เดินทางออกจากตลาดเช้า เพื่อเดินทางกลับสู่ สะพานมิตรภาพลาว-ไทย
16.30 น.    ถึงด่านมิตรภาพลาว-ไทย เลือกซื้อ สินค้าปลอดภาษี จากนั้นเดินทางกลับ จ. หนองคาย และนำท่านเข้าที่พัก โรงแรมพรรณทวี หรือเทียบเท่า
19.00 น.    บริการอาหารเย็น หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม    หนองคาย – ขอนแก่น – กรุงเทพฯ
07.30 น.    บริการอาหารเช้า หลังอาหาร นมัสการ หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านของชาวเมืองหนองคายที่ วัดโพธิ์ชัย จากนั้นเดินทางไปชม ศาลาแก้วกู่ หรือที่รู้จักกันในนามวัดแขก ได้เวลาพอสมควร นำท่านช้อปปิ้งของฝากที่ ตลาดท่าเสด็จ แหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีน และยุโรปตะวันออกมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องครัว ฯลฯ จากนั้นเดินทางสู่ จ. ขอนแก่น
12.00 น.    บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารเดินทางกลับกรุงเทพฯ
18.00 น.    เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

**อัตราค่าบริการ และรอบวันเดินทาง กรุณาโทรสอบถาม หรือดูในเว็บไซท์ครับ**

อัตราค่าบริการนี้รวม
1. ค่ารถโค้ช/ตู้ปรับอากาศ นำเที่ยวตลอดเส้นทาง
2. ค่าที่พัก 1 คืน ห้องปรับอากาศห้องละ 2 ท่าน
3. ค่าบัตรผ่านแดนเข้าประเทศลาว
4. ค่าอาหาร 6 มื้อ ตามที่ระบุ
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
6. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทาง
7. ค่ามัคคุเทศก์ ไกด์ไทย ไกด์ลาว และเจ้าหน้าที่บริการ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
2. ค่าใช้จ่ายพิเศษที่นอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์
    ทั้งหมดที่สั่งเพิ่ม, ค่าโทรศัพท์, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ฯลฯ

เอกสารที่ต้องเตรียม
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ฉบับ
2. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ใบ
3. เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สูติบัตร

หมายเหตุ
กำหนดการเดินทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรายการทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์แก่ผู้เดินทางเป็นสำคัญ

การสำรองที่นั่ง
1. สำรองที่นั่ง และมัดจำล่วงหน้าท่านละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วัน
2. โอนเงินเข้าบัญชี
3. เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว กรุณาโทรแจ้งชื่อ-นามสกุล กับทางบริษัทฯ หรือแฟกซ์ใบสลิปการโอน
    พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล

กรุณาส่งเอกสารก่อนการเดินทางอย่างน้อย 7 วัน ทำการ

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย


สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคายมีการเติบโตที่ดีมาโดยตลอด ในอัตราร้อยละ 10.97 ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดหนองคาย คือประตูสู่ประเทศลาวและเวียดนาม ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากนิยมเดินทางเข้า-ออกระหว่างด่านชายแดนของหนองคายไปยังประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะของการท่องเที่ยวพักผ่อน/ช้อปปิ้งหรือติดต่อธุรกิจ ประกอบกับมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง คือ เทศกาลมหาสงกรานต์หนองคาย ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน    เทศกาลวันออกพรรษา บั้งไฟพญานาคในช่วงวันที่ 14-20 ตุลาคม การส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในภูมิภาค ได้แก่ เส้นทางตื่นตากับตำนานและที่สุดของแม่น้ำโขง จ.อุดรธานี หนองคาย และนครพนม, เส้นทางเลียบเลาะชมทัศนียภาพแม่น้ำโขงและนมัสการพระเกจิอาจารย์ดัง จ.อุดรธานี เลย และหนองคาย

 โดยผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดหนองคาย แยากเป็นคนไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 12.99 ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางจากคนภายในภูมิภาคเดียวกัน  รองลงมาคือ ภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร นิยมเดินทางมาเป็นหมู่คณะและกลุ่มครอบครัว  โดยแหล่งท่องเที่ยวที่นิยม คือ           วัดโพธิชัย ตลาดอินโดจีน สะพานมิตรภาพไทย–ลาว สำหรับผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างประเทศ มีอัตราการ     ขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 6.69 โดยเป็นนักท่องเที่ยวลาวมากที่สุด ที่เดินทางเข้ามาเพื่อติดต่อธุรกิจและซื้อสินค้าที่ตลาดอินโดจีน รองลงมาคือ อเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมนี ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการ        ท่องเที่ยวและเดินทางผ่านข้ามชายแดนไปยังประเทศใกล้เคียงต่อไป 

    ในการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดหนองคายแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในจังหวัดนี้ประมาณ 3.05 วัน  และจากจำนวนนักท่องเที่ยว คืนพัก และการใช้จ่ายแต่ละวันประมาณ 752.61 บาท ก่อให้เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1,287.20 ล้านบาท ส่วนนักทัศนาจรมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันประมาณ 875.82 บาท  และมีรายได้หมุนเวียนในแหล่งท่องเที่ยวรวมเป็นเงิน 590.93 ล้านบาท เมื่อรวมรายได้              ทั้งหมดที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในประเทศของจังหวัดนี้  โดยไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างจังหวัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,878.13 ล้านบาท ดังนั้นโดยเฉลี่ยแล้วผู้เยี่ยมเยือนมีค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่ในจังหวัดหนองคายประมาณ 787.45 บาท

    สำหรับสถานการณ์ด้านการพักแรมในจังหวัดหนองคาย พบว่า จำนวนห้องพักในจังหวัดหนองคายมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 1,279 ห้อง ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 41.89 ลดลงในอัตราร้อยละ 3.67                 เนื่องจากการขยายตัวของห้องพักที่เพิ่มขึ้น โดยที่นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในสถานพักแรม              1.22 วัน

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค2559 ปีนี้จัดเต็ม ชม!!พิธีบวงสรวงบูชาพญานาค


ที่ลานวัดไทย ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รรท.ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย,นายสมเกียรติ ตระกูลฟาร์มธวัช รองนายก อบจ.หนองคาย นายคณกร เครือวรรณ นายอำเภอโพนพิสัย,นายสุเทพ อินทะชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย,นายสรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย,นางอรุณี ณ หนองคาย และนายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.ททท.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ประจำปี 2559

จังหวัดหนองคายมีการจัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่นที่ อ.เมืองหนองคาย แม้จะไม่มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น แต่ทางเทศบาลเมืองหนองคายได้จัดหลายกิจกรรมรองรับ เช่น การแสดงประกอบแสงเสียงเปิดตำนานบั้งไฟพญานาค การไหลเรือไฟ ถนนอาหาร การแข่งขันเรือยาวท้องถิ่น ส่วนอำเภอโพนพิสัย เน้นการทำบุญเป็นหลัก มีพิธีบวงสรวงบูชาพญานาค ร่วมกับกิจกรรมการประกวดธิดาพญานาค เป็นต้น โดยเทศบาลเมืองหนองคาย จัดระหว่างวันที่ 13-19 ตุลาคม และเทศบาลตำบลโพนพิสัย จัดระหว่างวันที่ 15-24 ตุลาคม 2559

สำหรับความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคายนั้นได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว ทั้งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานบริการ ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบนักท่องเที่ยวมากเกินไป จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ความปลอดภัย การจัดการจราจร

ทั้งนี้ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2559 วันออกพรรษานี้ในช่วงพลบค่ำจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น.จะมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นกลางแม่น้ำโขง เฉพาะที่จังหวัดหนองคาย โดยพบเกิดขึ้นที่ อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี และที่อ่างปลาบึก อ.สังคมโดยจะมีนักท่องเที่ยวจับจองที่นั่งริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวของทั้งสามอำเภอรอชมบั้งไฟพญานาคอย่างเนืองแน่น มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นมากกว่า 300 ลูก โดยทางจังหวัดหนองคายเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคไม่ต่ำกว่า 300,000 คน.

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แดงแหนมเนือง (Daeng Namnuang) ต้นตำรับอาหารเวียดนามแห่งแรกในประเทศไทย



แดงแหนมเนือง (Daeng Namnuang) ต้นตำรับอาหารเวียดนามแห่งแรกในประเทศไทย
ร้านอาหารแดงแหนมเนือง (Daeng Namnuang) เป็นร้านอาหารที่เคียงคู่จังหวัดหนองคายมายาวนาน ชื่อเสียงของร้านอาหารแดงแหนมเนืองเลืองลือไปทั่วไปประเทศ อาจกล่าวได้ว่าใครมาเยี่ยมเยียนหนองคาย หากไม่ไปนั่งชิมแหนมเนืองที่ร้านแห่งนี้ แสดงว่ามาไม่ถึงหนองคาย

แหนมเนืองเป็นอาหารเวียดนามที่เข้ามาสู่เมืองไทยตั้งแต่สงครามอินโดจีน สมัยนั้นไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก อาจเป็นเพราะคนไทยสมัยนั้นเห็นว่าเป็นอาหารของชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในค่ายอพยพ จึงพากันดูถูกและไม่หยามเหยียด

เนื่องจากคนเวียดนามที่อพยพเข้ามาในเมืองไทยมีความขยันทำมาหากิน จึงพากันสร้างฐานะร่ำรวย ชาวเวียดนามหลายคนมีชื่อเสียงโด่งดังในหลายด้าน จนเป็นที่ยอมรับของคนไทย พร้อมกันนี้อาหารเวียดนามจึงได้รับการกล่าวถึงไปพร้อมกับชาวเวียดนามที่นับวันจะเป็นคนมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย

ร้านอาหารแดงแหนมเนืองก็เช่นเดียวกัน แต่ก่อนเป็นเพียงเพิงเล็กๆในซอย มีน้อยคนจะรู้จัก อาศัยขายให้เฉพาะคนเวียดนามกลุ่มน้อยๆที่อาศัยกันในละแวกใกล้ บางวันเจ้าของร้านต้องเอาแหนมเนืองใส่สาแหรกหาบขายไปตามตรอกซอกซอย กว่าจะขายหมดและกว่าจะกลับถึงบ้านมืดค่ำ

แต่ด้วยความยึดมั่นในอาชีพการทำอาหารที่ร่ำเรียนมา และความขยันขันแข็งที่มีอยู่ในสายเลือดของชาวเวียดนามทุกคน ทำให้แหนมเนืองได้รับการกล่าวถึงปากต่อปากเป็นวงกว้างมากขึ้น จุดนี้เองที่เป็นเหมือนการเริ่มต้นมีชื่อเสียงโด่งดังของอาหารเวียดนามในเมืองไทย และทำให้ร้านแดงแหนมเนืองเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในปัจจุบัน

ประวัติร้านอาหารเวียดนามแดงแหนมเนือง

คุณพ่อตวน โฮวัน และ คุณแม่วี เลืองถิ เป็นชาวเวียดนาม อพยพหนีสงครามอินโดจีน เข้ามาอาศัยอยู่ที่จังหวัดหนองคาย คุณพ่อเป็นลูกจ้างร้านทอง คุณแม่รับจ้างหาบน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำโขงส่งขายตามบ้าน ท่านมีบุตรด้วยกัน 8 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 5 คน คุณแดงเป็นบุตรสาวคนที่ 2 ของครอบครัว

คุณพ่อตวน โฮวัน และ คุณแม่วี เลืองถิ ทั้งคู่ได้ต่อสู้ชีวิตมาด้วยกันด้วยความลำบากและยากจน จนกระทั่งลูกๆ ทั้ง 8 คนเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ รายได้ในแต่ละเดือนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ด้วยความขัดสน คุณแม่วีจึงคิดเปลี่ยนอาชีพใหม่ โดยท่านเคยเรียนวิชาการทำอาหารเวียดนามมาจากคุณยายซึ่งเป็นต้นตำรับอาหารเวียดนามโบราณ โดยนำสูตรมาดัดแปลงส่วนผสมให้ดีขึ้นและถูกลิ้นคนไทย

จากนั้นจึงตัดสินใจทำอาหารเวียดนามจัดในสาแหรกเดินหาบขายตามละแวกบ้าน ในฐานะที่คุณแดงเป็นลูกสาวคนโตจึงต้องออกเดินตามคุณแม่ไปขายของด้วย โดยต้องช่วยทำทุกอย่าง ประสบการณ์ตรงนี้สั่งสมมากเข้าจนเกิดเป็นความชำนาญและด้วยวามมานะอดทนหมั่นเก็บเล็กผสมน้อยเป็นเวลากว่า 10 ปี

ประมาณปี พ.ศ.2511 คุณพ่อตวนและคุณแม่วี จึงตัดสินใจเช่าอาคารพาณิชย์ 1 คูหา เปิดเป็นร้านขายแหนมเนืองซึ่งถือเป็นการเริ่มก่อตั้งกิจการร้านแดงแหนมเนือง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในปี พ.ศ.2529 คุณแม่วี ป่วยเป็นโรคหัวใจไม่สามารถทำงานหนักได้ คุณแดงจึงเป็นหัวเรือใหญ่ ในการสานต่อกิจการของครอบครัวและมีน้องๆ ช่วยกันบริหารดูแลกิจการ

ในขณะนั้นเองกิจการร้านแดงแหนมเนือง ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง พ.ศ.2533 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการวางระบบการตลาดที่ดีขึ้นมีการจัดทำโลโก้ของทางร้านและมีการทำบรรจุภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาด “แดงแหนมเนือง” ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากร้านแดงแหนมเนือง
แหนมเนือง 10 ไม้
แหนมเนือง 5 ไม้
หมูยอหมู
หมูยอหนัง
หมูยอเอ็นแก้ว
ไส้กรอก
กุนเชียง
แผ่นแป้งกลม
แผ่นแป้งตัดเล็ก
แผ่นแป้งตัดเล็ก
หม่ำแต๊บ (น้ำพริกกุ้ง)
แหนมซี่โครงหมู
แหนมห่อ
แหนมใบมะยม
แหนมลูกดิ่ง
แหนมคู่
หมูทุบ
หมูสวรรค์
หมูหยอง
แจ่ว 3 รส
กล้วยทอด

เมนูแนะนำจากร้านแดงแหนมเนือง
แหนมเนือง
ปอเปี๊ยะทอด (กระยอทอด)
ปอเปี๊ยะสด (กระยอสด)
ขนมจีนทรงเครื่อง
เมี่ยงมาดาม (พันหอม)
หมูยอหมู
หมูยอหนัง
หมูยอผสม
แหนมซี่โครงหมูทอด
ไส้กรอกอีสานทอด
จ๋ายอทอด (หมูยอทอด)
ขาหมูยัดไส้

ร้านแดงแหนมเนือง 526-527 ถนนริมโขง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000 โทร. 042-411961,
042-421202, 042-411234, 042-413999 โทรสาร 042-460646